ตอนที่ 3.1: ค่าดำเนินการจัดการกองทุน part 1

605

หลานๆคนไหนที่สนใจลงทุนในกองทุนรวม บทความตอนนี้คือเรื่องที่หลานๆจะต้องอ่านและทำความเข้าใจอย่างชัดเจน เพราะเป็นเรื่องที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับส่งผลกระทบต่อเงินลงทุนและผลตอบแทนที่ได้รับอย่างมาก โดยลุงนกฮูกจะแบ่งบทความในตอนที่เป็น 2 ช่วงด้วยกัน เพื่อหลานๆจะได้ค่อยๆทำความเข้าใจกันไป

ค่าดำเนินการจัดการกองทุน คือ ค่าทำเนียมการจัดการดูแลบริหารกองทุน ที่ผู้ลงทุนจะต้องเป็นคนจ่ายให้กับผู้จัดการกองทุน โดยจะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ส่วน

1.ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหน่วยลงทุน

เป็นค่าธรรมเนียมที่เหมือนการซื้อขายหุ้นที่ต้องมีการเสียค่าคอมมิชชั่นให้กับโบรกเกอร์ การซื้อขายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนในกองทุนก็มีค่าธรรมเนียมการเช่นกัน โดยแต่ละกองทุนมีค่าธรรมเนียมที่ไม่ต่างกัน ดูได้จาก Fund Fact Sheet ของกองทุนนั้นๆ การคำนวนหาราคาขายหน่วยลงทุนคือ ค่า NAV + 0.0001 + ค่าธรรมเนียมการขาย

เช่น กองทุน A เป็นกองทุนที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการขาย และมีค่า NAV อยู่ที่ 8.7664 บาทต่อหน่วยลงทุน หลานๆก็จะซื้อในราคา 8.7665 บาทต่อหน่วยลงทุนนั้นเอง (ที่ต้องบวก 0.0001 เพราะเป็นข้อบังคับของ กลต. ครับ)

coins-1015125_1920

แต่ถ้าหลานๆไปเจอกองทุนที่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการขาย เช่น มีการเก็บค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 0.20% การคำนวนราคาซื้อก็ยังคงใช้สูตรเดิม เพียงแต่ต้องเพิ่มส่วนของค่าธรรมเนียมเข้าไปด้วย

เช่น กองทุน B เป็นกองทุนที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 0.20% และมีค่า NAV อยู่ที่ 10.0579 บาทต่อหน่วยการลงทุน หลานๆก็จะต้องซื้อหน่วยลงทุนได้ในราคา 10.0781 บาทต่อหน่วยลงทุน การคำนวนคือ ค่าNAV + 0.0001 + ค่าธรรมเนียมการขาย 0.20%

การที่กองทุนมีการเก็บค่าธรรมเนียมการขายนั้น ก็จะส่งผลต่อจำนวนหน่วยการลงทุนที่ผู้ลงทุนจะได้รับโดยตรง เพราะถ้าไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการขายเลย ผู้ลงทุนก็จะสามารถได้รับจำนวนหน่วยลงทุนเยอะกว่ากองทุนทุนที่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการขาย

เมื่อกองทุนสามารถเก็บค่าธรรมเนียมการขายได้ กองทุนเองก็สามารถเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนได้ด้วยเช่นกัน เช่นกันหากหลานๆจะขายหน่วยลงทุนคืน ค่าคำนวนคือ ค่าNAV – ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน

เช่นกันกองทุน A มีค่า NAV อยู่ที่ 8.7664 บาทต่อหน่วยลงทุน และที่ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการขาย แต่กลับมีการเก็บค่าธรรมเนียมรับซื้อหน่วยลงทุนคืนในอัตรา 1.00% การที่หลานๆจะไปขายหน่วยลงทุนและรับเงินคืนจะได้คืนเพียง 8.6788 บาทต่อหน่วยลงทุน นั้นเพราะคำนวนจาก ค่าNAV –  ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน

กองทุน B มีค่า NAV อยู่ที่ 10.0579 บาทต่อหน่วยการลงทุน มีค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนใยอัตรา 0.20% กองทุน B นี้ หลานๆจะสามารถขายเป็นเงินได้ในราคา 10.0378 บาทต่อหน่วยลงทุน (10.0579 – 0.20%)

เช่นกันหากหลานๆไปเจอกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนสูง ต่อให้ราคาNAVสูงขึ้น แต่การเจอค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนที่สูง บางครั้งก็อาจทำให้ผู้ลงทุนขายหน่วยลงทุนได้ในราคาที่มีกำไรน้อยได้

คำถามคือ ค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน ค่าส่วนต่างของรายได้เหล่านี้หายไปอยู่ที่ไหน?

คำตอบคือ ต้องไปดูใน Fund Fact Sheet ครับ เพราะแต่ละกองทุนก็จะมีข้อกำหนดที่ต่างกันออกไป แต่เงินส่วนต่างจะไปอยู่ได้เพียงแค่ 2 ที่เท่านั้นครับ คือ

2016-07-10_21-26-16

  1. เป็นรายได้ของ บลจ. และ/หรือ ตัวแทนขาย: ผู้ลงทุนเหมือนให้ทิปกับ บลจ.
  2. เก็บเข้ากองทุน ไว้ใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์: เงินมันก็ยังอยู่ในกองทุน และนำมาใช้ในการบริหารจัดกองทุน (เพราะการซื้อขายหลักทรัพย์ก็จะต้องมีค่าธรรมเนียม ผู้จัดการกองทุนก็จะนำเงินส่วนนี้ไปจ่าย หรือถ้ามีเหลือมากๆก็อาจนำไปรวมกับเงินปันผลได้ด้วย)

อันนี้คือค่าธรรมเนียมส่วนแรกที่หลานๆต้องพิจารณา หลายคนอาจคิดว่าแค่นี้เองไม่เห็นยากเลย และดูเล็กๆน้อยๆเอง ไม่เห็นความสำคัญเลย แต่ลองคิดดูครับหากกองทุนนั้นมีการเก็บค่าธรรมเนียมทั้งการซื้อและขายในอัตรา 0.20% สมมุติ ค่าNAVอยู่ที่ 9.9675 บาท เมื่อต้องการซื้อจะซื้อได้ในราคา 9.9875 บาท และถ้าต้องการขาย จะขายได้เพียง 9.9476 บาทต่อหน่วยลงทุน เท่านั้น ดังนั้นหากกองทุนมีการเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายสูง ก็อาจไม่เหมาะกับการลงทุนแบบซื้อมาขายไป เพราะกำไรส่วนหนึ่งก็จะโดนหักจากค่าธรรมเนียมดังกล่าวไปได้

เดี๋ยวในตอนที่ 3.2 ลุงนกฮูกจะพาหลานๆไปดูค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนโดยตรงครับ อยากให้หลานๆติดตามอ่าน และทำความเข้าใจให้ดีดีครับ

ลุงนกฮูก (กรัณย์ รุ่งทวีสิน)

Facebook Comments
แบ่งปัน