จะเลือกทางไหนดี ดัชนี SET หรือ หุ้นในพอร์ต หากทั้งสองมันขัดกัน

2120

 

ถ้าลองคิดกันตามหลักการง่ายๆไม่ต้องซับซ้อนอะไรมาก ดัชนี SET เกิดจากการนำ หุ้น ในตลาดหลายร้อยตัวที่มีอยู่ มาคิดคำนวณหาค่าเฉลี่ยเพื่อให้สามารถมองเห็นภาพรวมของหุ้นทุกตัวในตลาดได้

ดัชนี จึงเคลื่อนไหวช้ากว่า หุ้น
หุ้นขึ้น-ลง ทำให้ ดัชนีขึ้น-ลง แต่ ดัชนี ขึ้น-ลง ไม่ได้หมายความว่า หุ้น จะขึ้น-ลง ตามดัชนี

หากในวันที่ดัชนีเป็นขาลง หุ้นที่ขึ้นก็มี หากในวันที่ตลาดเป็นขาขึ้น หุ้นที่ลงก็เยอะ เช่นกัน

เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่าเราควรให้ความสำคัญกับหุ้นโดยเฉพาะหุ้นในพอร์ท มากกว่าที่จะใส่ใจทิศทางการเคลื่อนไหวของดัชนีให้มากนัก

อย่างนั้นก็แปลว่าไม่ต้องสนใจดัชนีเลยหรือ ? แล้วจะมีค่าดัชนีไว้ทำไม ?

มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น……….. ถ้าหากว่าคุณมีคำถามประมาณนี้ละก็ต้องขอให้คุณลองย้อนกลับไปที่หลักการเดิมอีกทีว่า ดัชนี SET เกิดจากการนำ หุ้น ในตลาดหลายร้อยตัวที่มีอยู่ มาคิดคำนวณหาค่าเฉลี่ย ดังนั้น เมื่อดัชนีลดลงหรือมีแนวโน้มลดลง หมายความว่า หุ้น ส่วนใหญ่ในตลาด ลงลด หรือมีแนวโน้มลดลงนั้นเอง

การดู วิเคราะห์ หรือคาดการณ์ ตัวดัชนี ก็เพื่อที่จะมองหาความเสี่ยงโดยรวมของตลาดทั้งหมด หากแนวโน้มดัชนีดูเป็นขาขึ้น ก็แปลว่าหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดเป็นขาขึ้น ซื้อตัวไหนก็มีโอกาสทำกำไรได้สูง สามารถซื้อแบบจัดเต็มได้มากกว่าตอนที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาลง ที่อาจจะมีหุ้นไม่กี่ตัวที่วิ่งสวนทางขึ้นมา ความเสี่ยงจึงมากกว่า จะเลือกตัวไหนก็ต้องคิดให้ดีกว่าเดิมก่อนตัดสินใจ

ดังคำที่ใครบางคนเคยกล่าวเอาไว้  ” เราซื้อหุ้น… เราไม่ได้ซื้อดัชนี SET “
ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ ที่ facebook.com/meawbininvestor
ภาพ : pixabay.com
Facebook Comments