ทำไมต้องลงทุน

2003
  • รู้จักเก็บรู้จักใช้ ก็เพียงพอแล้ว ทำไมต้องลงทุน?
  • ฝากธนาคารก็ได้ ดอกเบี้ยก็โอเคแล้ว เงินต้นก็ยังอยู่ครบ ทำไมต้องลงทุน?
  • ลงทุนไปเดียวก็ขาดทุน จะลงทุนอะไรความรู้ก็ไม่มี ทำไมต้องลงทุน?
  • เงินเหลือแต่ละเดือนก็มีแค่นิดเดียว จะไปลงทุนอะไรได้ ทำไมต้องลงทุน?

ทำไมต้องลงทุน (ฮูก) (2)

ลุงนกฮูกมีตัวอย่างให้เปรียบเทียบ นายสะสม นายเก็บออม นายเพิ่มพูน และ นายลงทุน ลองดูว่าหลานๆเป็นใครในตัวอย่างนะครับ

นายสะสม เป็นผู้ชายที่มีระเบียบวินัยในชีวิต นอกจากดูแลชีวิตตัวเองแล้ว นายสะสมก็ได้ส่งเงินให้ครอบครัวอย่างเป็นประจำ นายสะสมสามารถเก็บออมได้เดือนละ 2,000 บาท อย่างสม่ำเสมอ โดยที่นายสะสมเหลือ นำเงินไปฝากธนาคารอย่างประจำ โดยได้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.5% (หลังหักภาษีแล้วด้วย) —> ปัจจุบันจะมีธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยเท่านี้เนี้ย !!!

เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี นายสะสมจะมีเงินเก็บอยู่ที่ 286,865 บาท โดยเป็นเงินต้นที่ 240,000 บาท กำไรที่ได้รับตลอด 10 ปี คือ 46,865 บาท สุดยอดไปเลยครับ เพราะเป็นการฝากที่ไม่มีความเสี่ยงใดใดเพราะมีการประกันเงินต้นพร้อมได้ดอกเบี้ยที่สูง ใครรู้จักธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยแบบนี้อย่าลืมมาบอกลุงนกฮูกด้วยนะครับ ลุงนกฮูกจะไปฝากด้วย คริคริ

ถ้านายสะสมยังคงฝากเงินเช่นอัตราข้างต้นไปครบ 30 ปี จะได้รับผลตอบแทนที่ 1,270,825 บาท

นายเก็บออม เป็นผู้ชายที่ไม่สนใจด้านการลงทุนใดใด แต่ชีวิตก็ยังมีวินัยนำเงินไปฝากธนาคารเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 2,000 บาท เพราะคิดว่าการได้รับดอกเบี้ยจากธนาคารก็เพียงพอแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี นายเก็บออมจะมีเงินอยู่ในบัญชี 262,741 บาท โดยเป็นเงินต้น 240,000 บาท นั้นหมายถึง ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาได้กำไรจากดอกเบี้ย 22,741 บาท

ถ้านายเก็บออมยังคงฝากเงินเช่นอัตราข้างต้นไปครบ 30 ปี จะได้รับผลตอบแทนที่ 953,750 บาท

คนต่อมา นายเพิ่มพูน เป็นผู้ชายรักสนุกชอบเที่ยวและปาตี้กับเพื่อนอย่างสม่ำเสมอ แต่เช่นนั้นนายเพิ่มพูนสก็ามารถเก็บออมได้เดือนละ 2,000 บาท โดยนายเพิ่มพูนมองว่าธนาคารที่นายสะสมไปฝากเงินนั้นไม่มีจริง 555 จะมีแต่ธนาคารที่เก็บออมไปฝากและให้ดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ต้องการ ด้วยนิสัยที่ชอบความท้าทาย นายเพิ่มพูมจึงนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวม เนื่องจากนายเพิ่มพูนไม่ได้มีความรู้และไม่มีเวลาติดตามที่มากนัก แต่เชื่อว่ากองทุนรวมจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าได้ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงก็ตาม โดยนายเพิ่มพูนเลือกกองทุนแบบ Index Fund ที่ดำเนินนโยบายตามตลาดหุ้น เพราะนายเพิ่มพูนเชื่อว่าคลาดหุ้นไทยจะต่อมีการเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน (แม้จะมีความผันผวนด้วยเช่นกัน)

ผ่านไป 10 ปี นายเพิ่มพูนจะมีเงินเก็บอยู่ที่ 327,758 บาท โดยเป็นเงินต้นเพียงแค่ 240,000 บาท เท่านั้น เพราะตลอด 10 ปี กองทุนที่นายเพิ่มพูนไปลงทุนสามารถสร้างกำไรได้ถึง 87,758 บาท นั้นคือกองทุนสามารถมีผลตอบแทนต่อปีได้ถึง 6% นั้นเอง*

และถ้านายเพิ่มพูนยังคงลงทุนในกองทุนรวมต่อไปจนครบ 30 ปี จะได้รับผลตอบแทนถึง 2,009,030 บาท

คนสุดท้าย นายลงทุน นายลงทุนเป็นคนที่ชอบการลงทุนและศึกษาการลงทุนเป็นประจำ เมื่อมีความมั่นใจ นายลงทุน จึงได้ลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) เพราะเชื่อว่าบริษัทที่นายลงทุนเลือกมานั้น มีศักยภาพที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากนายลงทุนสามารถเก็บเงินประเดือนได้แค่เดือนละ 2,000 บาท เท่านั้น จึงสามารถเลือกซื้อได้แต่กองทุนหุ้น ที่สามารถซื้อด้วยเงินขั้นต่ำขนาดนี้ได้ นายลงทุนจึงเลือกกองทุนแบบ Active Fund ที่มีนโยบายการลงทุนที่นายลงทุนชื่นชอบ

ผ่านไป 10 ปี กองทุนหุ้นที่นายลงทุนเลือกมานั้นสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องปีละ 12%* ทำให้เงินสะสมของนายลงทุนจากเงินต้น 240,000 บาท กลายเป็น 460,077 บาท หรือเพิ่มเติมถึง 220,077 บาทเลยทีเดียว และถ้านายลงทุนยังคงลงทุนต่อไปจนครบ 30 ปี นายลงทุนจะมีเงินสะสมถึง 6,989,928 บาท

* อ้างอิงข้อมูลจาก www.morningstarthailand.com และ www.thaimutualfundnews.com *

ทำไมต้องลงทุน (ฮูก) (3)

จากตารางหลานๆจะยิ่งเห็นได้ชัดถึงอำนาจของการลงทุน ดังนั้นคนรุ่นใหม่อย่างหลานๆก็ควรที่จะเริ่มต้นในการลงทุน ยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งได้เปรียบ ยิ่งหาความรู้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ยิ่งลงมือก็จะยิ่งมีประสบการณ์ มาเริ่มลงมือลงทุนกันครับ

————————–

โดย ลุงนกฮูก (กรัณย์ รุ่งทวีสิน)
ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ ที่ facebook.com/meawbininvestor
ภาพ : pixabay.com
Facebook Comments
แบ่งปัน