ออมกองทุนหุ้น VS ออมหุ้น อย่างไหน โดนใจกว่ากัน

3716

คงเป็นคำถามที่หลานๆหลายคนสงสัย ถ้าจะเลือกลงทุนจะเลือกระหว่างกองทุนตราสารทุน (กองทุนหุ้น) หรือ หุ้น ดีกว่ากัน

อันดับแรกที่ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนคือ คำว่า “การออม”

1 การออมในกองทุนหุ้นหรือออมในหุ้นนั้น เงินต้นมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามภาวะเศรษฐกิจ ไม่เหมือนการฝากเงินในธนาคารที่มีการรับรองว่าเงินต้นของเราจะไม่สูญหายไปไหนอย่างแน่นอน (กฎเรื่องการประกันเงินฝาก)
2 การออมในกองทุนหุ้นหรือออมในหุ้นนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้กำไรเสมอไป ทั้งยังมีสิทธิที่จะขาดทุนได้เช่นกัน
3 การออมในกองทุนหุ้นหรือออมในหุ้นนั้น ต้องเป็นการออมเงินในส่วนที่ไม่นำมาใช้ในระยะ 5 – 10 ปี ต่างจากการออมในธนาคารที่เมื่อต้องการใช้ก็สามารถไปเบิกถอนได้
4 การออมในกองทุนหุ้นหรือออมในหุ้นนั้น คือการใส่เงินฝากเข้าไปออมโดยสม่ำเสมอ

บทความนี้ลงนกฮูกจะพาหลานๆมาเปรียบเทียบให้เห็นความแต่ต่างระหว่าง การออมในกองทุนหุ้น กับ ออมในหุ้นกัน เพื่อเป็นข้อมูลให้หลานๆตัดสินใจประกอบการออมกันครับ

โดยลุงนกฮูกขอนำ Index Fund (หรือ Passive Fund) มาเป็นฐานของการคิดคำนวนในครั้งนี้ (เนื่องจากนโยบายของ Index Fund จะดำเนินนโยบายตาม Set  หรือ การเลียนแบบตลาดนั้นเอง และมีความเสี่ยงที่ไม่สูงนักเนื่องจากราคาจะเป็นไปตามตลาดเกือบ 100%) และจะใช้ข้อมูลจาก www.morningstarthailand.co.th เป็นพื้นฐานของการค้นข้อมูล โดยกำหนดกรอบระยะเวลาคือ 10 ปี

ผลตอบแทนย้อนหลังไป 10 ปี (ข้อมูล 17 กค. 59) ผลตอบแทนกองทุน Index Fund ที่สูงที่สุดอยู่ที่ 13.84%

ลุงจะมาจำลองการออมให้ดูกันนะครับ โดยลุงนกฮูกจะใช้วิธีที่เรียกว่า DCA หรือ การซื้อแบบเฉลี่ยเท่าๆกันเป็นหลัก เพราะจะได้เหมือนการออมแบบแท้จริง เราจะออมกันเดือนละ 5,000 บาท ทุกๆเดือน ตลอด 10 ปี ดังนั้นมูลค่าลงทุนจะอยู่ที่ 600,000 บาท โดยไปลงทุนกับ Index Fund ที่ได้ผลตอบแทนที่ 13% จะพบว่าเมื่อผ่านไป 10 ปี เงิน 600,000 บาท จะกลายเป็น 1,220,184บาท เลยที่เดียว  และลุงเอากองทุนแบบ Index Fund เป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบ

ตัวอย่างที่ 1 เลือก Active Fund ถูก

หลานๆอาจบอกว่าไม่ชอบกองทุนแบบ Index Fund ชอบกองทุนแบบ Active Fund มากกว่า เพราะถ้าตลาดตกต่ำกองทุนแบบ Active Fund ที่ดี ก็จะสามารถหาวิธีให้กองทุนไม่ตกต่ำตามตลาด ลุงนกฮูกขอเลือก Active Fund ที่ดีที่สุดโดยให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 16% ต่อปี โดยลงทุนแบบ Index Fund ด้านบน ผ่านไป 10 ปี จากเงิน 600,000 บาท จะงอกเงยกลายเป็น 1,462,852 บาท โดยมากกว่าการออมใน Index Fund ถึง 242,668 บาท เลยทีเดียว

ตัวอย่างที่ 2 เลือก Active Fund ผิด

และแน่นอนว่าไม่ใช้ทุกๆ Active Fund จะทำผลงานได้ดี เพราะบาง Active Fund ก็ยังให้ผลตอบแทนน้อยกว่า Index Fund คร่าวนี้ลอง Active Fund ที่ให้ผลตอบแทน 6% ต่อปี  ผ่านไป 10 ปี จาก 600,000 บาท ก็จะกลายเป็น 819,396 บาท ก็ยังดูคุ้มค่ากว่าการฝากธนาคาร แต่อย่าลืมว่ามันคุ่มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่? เพราะ Active Fund จะมีความเสี่ยงที่สูงกว่า Passive Fund และในตัวอย่างนี้จะเห็นว่า ถ้าเลือก Active Fund ที่ผิด นอกจากจะแบกรับความเสี่ยงที่สูงแล้ว ผลตอบแทนก็ยังได้น้อยกว่า Passive Fund อีกด้วย

ออมกองทุนหุ้น VS ออมหุ้น 1

ตัวอย่างที่ 3 เลือกหุ้นที่ถูกต้อง

คร่าวนี้มาถึงคิวของการออมในหุ้นบาง โดยเลือกหุ้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ 25% ต่อปีได้ ผ่านไป 10 ปี จาก 600,000 บาท ก็จะกลายเป็น 2,609,655 บาท ถือว่าเติบโตได้อย่างรวดเร็วและดีเลยทีเดียว แต่หลานๆหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเกิน 25% ต่อปีในตลาดหุ้นไทยนั้น จากข้อมูล www.morningstarthailand.co.th (17 กค. 59) พบว่า มีเพียง 10% ของหุ้นทั้งหมดเท่านั้น หมายความว่าใน 10 หุ้น จะมีเพียงแค่ 1 หุ้นเท่านั้น ที่ให้ผลตอบแทนได้เช่นนี้ หรือถ้าลดลงมาหาหุ้นที่ให้ผลตอบแทน 20% ต่อปีแทน ก็พบว่ายังมีเพียงแค่ 15% ของหุ้นทั้งหมดเท่านั้นที่สามารถให้ผลตอบแทนแบบนี้ได้

ถ้าหลานๆคนไหนมั่นใจในฝีมือการคัดเลือกหุ้น ว่าสามารถเลือกหุ้นที่ถูกต้อง 1 จาก 10 ได้ ลุงนกฮูกเชื่อว่าเศรษฐี 1000 ล้าน ไม่ไกลเกินฝันแน่นอน

ตัวอย่างที่ 4 เลือกหุ้นที่ผิ

และเช่นเดียวกันเราดูตัวอย่างการเลือกหุ้นที่ถูกไปแล้ว เราลองมาดูการเลือกหุ้นที่ผิดบ้าง โดยแบ่งได้เป็นอีก 2 กรณี

1 หุ้นตัวนั้นมีผลตอบแทน ได้ 5% จาก 600,000 บาท ก็จะกลายเป็น 776,411 บาท ก็ยังเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะดูน้อยก็ตาม
2 หุ้นตัวนั้นให้ผลตอบแทน เป็น -5% จาก 600,000 บาท ก็จะเหลือแค่ 472,923 บาท

ลุง ลุง กรณีจะเกิดขึ้นได้ยังไง ไม่มีทาง อย่ามาขู่ให้กลัวเลย !!! หลานๆครับอย่าลืมว่า หุ้นที่ให้ผลตอบแทนเกิน 20% ต่อปีมีเพียงแค่ 15%ของหุ้นทั้งหมด นั้นหมายความว่าอีก 85% ของหุ้นทั้งหมดจะเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า 20% ต่อปี โดยแบ่งช่วงได้อีก 3 ช่วงใหญ่ๆคือ

– ผลตอบแทน 10-20%: มีอยู่ 30% ของตลาด
– ผลตอบแทน 0-10%: มีอยู่ 35% ของตลาด
– ผลตอบแทน น้อยกว่า -10 – 0%: มีอยู่ 20%ของตลาด

นั้นหมายถึงมีโอกาสถึง 5 ใน 10 จากหุ้นทั้งหมดที่เลือกแล้ว ผลตอบแทนที่ได้รับจะยังน้อยกว่ากองทุนแบบ Index Fund พร้อมทั้งยังต้องรับความเสี่ยงที่สุงกว่า

ออมกองทุนหุ้น VS ออมหุ้น 2

  การออมกองทุนหุ้นหรือการออมหุ้นโดยตรง ไม่มีผิดไม่มีถูก และการลงทุนทั้ง 2 แบบ ก็สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีได้เช่นกัน หลานๆที่ต้องการออมในหุ้นโดยตรง ลุงนกฮูกก็ขอเตือนให้หลานๆศึกษาหุ้นตัวนั้นๆให้เป็นอย่างดีก่อนที่จะเข้าลงทุน เพราะถ้าหลานๆสามารถเลือกหุ้นชั้นดีได้ เงินออมของหลานๆก็จะงอกเงยได้อย่างรวดเร็ว เช่นกันหากหลานๆเลือกผิดผลตอบแทนที่ได้รับอาจจะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องแบกรับด้วยซ้ำไป และกองเลือกออมในกองทุนหุ้นก็เช่นกัน หากเลือกแบบ Active Fund ก็ต้องทำการศึกษาให้ดีก่อน  แต่ถ้าหลานๆคนไหนไม่ชอบความเสี่ยงและไม่ค่อยมีเวลาศึกษาหาข้อมุล การออมในกองทุนหุ้นแบบ Index Fund ก็น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

            ลุงนกฮูกหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลานๆสนใจและเริ่มใส่ใจในการออมเพื่ออนาคตมากขึ้นนะครับ

ลุงนกฮูก (กรัณย์ รุ่งทวีสิน)

โดย ลุงนกฮูก (กรัณย์ รุ่งทวีสิน)
ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ ที่ facebook.com/meawbininvestor
ภาพ : pixabay.com

Facebook Comments