เริ่มลงทุน จากหลักหมื่น สู้หลักล้าน เขาทำได้ยังไงกัน

9213

วันก่อนไปนั้งอ่านบทความเกี่ยวกับ “คนคนหนึ่ง” ที่เริ่มลงทุนด้วยเงินทุนหลักหมื่น ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี กลายเป็นหลักล้าน ว่าเขาทำอย่างไร คิดอย่างไร และเจอปัญหาอะไรบ้างระหว่างทาง เขียนเป็นบทสรุปคร่าวๆ อ่านแล้วเพลินดีรู้สึกชอบและชื่นชมคนคนนั้นมากๆ เลยเกิดเป็นแรงบัลดาลใจให้กลับมาย้อนมองพอร์ทตัวเองกับช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาว่าเราทำอะไรลงไปบ้าง กลับมานั้งชื่นชมผลงานตัวเอง ชื่นชมไปสักพักเท่านั้นแหละ ความฮาก็บังเกิด

accidental

ทำไม๊ทำไม พอร์ทมันโตช้าซะเหลือเกิน “พอร์ทเรามันก็โตต่อเนื่องดีนะ Drawdown ก็แทบไม่ค่อยมี แล้วอะไรละมันของปัญหา ของชาวบ้านเขาโตเอาๆ ของเรา 5 ปียังไม่ไปถึงไหน” คิดไปคิดมาอย่างละเอียดก็สรุปได้ว่า ปัญหาหลักเลยก็คือ เรามันป๊อด!! ป๊อดเกินเหตุ ทุกอย่างในระบบต้อง Super super Save แถมยังขี้เกียจอีกต่างหาก หุ้นที่โตก็ไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่เท่าไร เป็นเหตุให้พอร์ทโตช้ามากมาย แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคร่าวๆประมาณนี้

1 การคัดเลือกหุ้น

-จะเลือกหุ้นขนาด กลาง และขนาดใหญ่ (ดูจาก Market cap.) เป็นหลัก และหุ้นขนาดเล็กๆเป็นส่วนน้อย เพื่อลดความเสี่ยง แต่ก็อย่างที่รู้กันว่า หุ้นที่มีอัตตราการเติบโตสูงที่สุดก็พวกตัวเล็กๆนี้แหละ
-จะเลือกหุ้นที่มี PE ไม่เกิน 30-40 นี้กกลัวความเสี่ยงอีกนั้นแหละ

2 Algorithm ที่ใช้ในการเทรด

-ปรกติจะใช้เทคนิคที่เป็นการรันเทรนยาวๆ ที่มี %win ค่อนข้างต่ำ

3 Money Management

-การจัด Money Management แบบ Super Save ที่ใช้ทุนเสี่ยงแค่ 1.5% ซึ่งอาจจะน้อยเกินไป
-ทำให้หุ้นในพอร์ทแต่ละรอบที่ซื้อนั้นมีราว 8 – 12 ตัว ค่อนข้างเยอะและยากในการดูแล
%win ที่ค่อนข้างต่ำ ราว 30% แม้ RRR จะสูงมากจนสามาถทำกำไรก้อนใหญ่ได้เมื่อ Win แค่ครั้งเดียว ซื้อ 10 ตัวจะถูกแค่ 2 – 3 ตัวเอง
-การซื้อขายแบบไม้เดียวจบ ได้เป็นได้ เสียเป็นเสีย ทำให้เวลา win ไม่ทำกำไรมาก

แม้วิธีการที่ทำพวกนี้จะทำให้มี Drawdown ที่ต่ำมากไม่เคยเกิน 5-10% ของเงินลงทุนเลยในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา และยังสามารถทำกำไรได้ทุกปีต่อเนื่อง ไม่มากไม่น้อย แต่ก็คงถึงเวลาที่ต้องเริ่มปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่าง เพื่อให้พอร์ทเติบโตได้ดีกว่านี้ กว่าที่ผ่านมา ไม่อย่างนั้นอนาคตจะรวยเมื่อไรละน้อ…

คงต้องเริ่มจากการ ขจัดอารมณ์ “กลัว” ที่อยู่ในใจออกไปก่อน เลิกเล่นหุ้นแบบ Super Save แล้ววางแผนวางระบบใหม่เพื่อให้พอร์ทสามารถเติบโตได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องไม่กลายเป็นการทำลายตัวเองด้วย ส่วนแนวทางที่คิดออกตอนนี้ก็มีประมาณนี้คร่าวๆ

1 การคัดเลือกหุ้น

-จะต้องให้ความสนใจกับหุ้นขนาดเล็กมากขึ้นโดยรับความเสี่ยงที่มากขึ้น

2 Algorithm ที่ใช้ในการเทรด

-อันนี้คงไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไร

3 Money Management

-อาจต้องเพิ่มความเสี่ยงจากเดิมที่ 1.5 ให้มากขึ้น
-ลดจำนวนหุ้นในพอร์ทต่อรอบลง เพื่อให้ดูแลได้อย่าทั่วถึง
-มีการสำรองทุนเพื่อดูแลหุ้นตัวที่ win ให้สามารถทำกำไรได้สูงสุด

          ประมาณนี้ ลองดูก่อน หวังว่ามันจะสามารถช่วยให้พอร์ทเราเติบโตได้ดีขึ้น ถ้าอนาคตได้ผลดี ไม่ดี ยังไงเดี๋ยวเหมียวบิน จะเอามาเล่าให้เพื่อนๆพี่ๆฟังอีกทีนะครับ

chess-1403622_1280ความจริงแล้วบทความนี้ผมเขียนขึ้นมาเพียงเพื่ออยากชี้ ให้เพื่อนๆพี่ๆได้เห็นว่า การอยู่ให้รอดในตลาดหุ้น การทำกำไร การเติบโตที่แท้จริงนั้น เรื่องของ Money Management เป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด และเป็นสิ่งที่มือใหม่ทุกท่านให้ความสำคัญน้อยที่สุดอีกต่างหาก รองลงมาคือวิธีการคัดเลือกหุ้น ส่วนเรื่องของ Algorithm หรือที่ใครๆชอบเรียกว่า ระบบเทรด เทคนิคการอ่านกราฟ หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียกกัน แทบไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเติบโตของพอร์ทในระยะยาวเลย

          Money Management เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แถมไม่ค่อยมีใครสอนกันด้วย อยากจะเตือนเพื่อนๆว่า ถ้าหากต้องการอยู่ให้รอดและมีกำไรในระยะยาวแล้วละก็ ต้องหมั่นศึกษาและเรียนรู้เรื่อง Money Management ให้มากนะครับ

ปล อยากจะเอาให้ดูอยู่นะครับพอร์ทอะ “แต่อาย” กำไรสู้ใครเขาบ่ได้ดอก โปรดเห็นใจ

สิ่งมีชีวิต ที่ไม่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ย่อมต้องสูญพันธุ์ในที่สุด
นักลงทุน ที่ไม่รู้จักปรับตัว ปรับความคิด ให้เข้ากับตลาดหุ้น ก็ย่อมต้องสูญพันธุ์ในที่สุด เช่นกัน

โดย MeawbinInvestor
ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ ที่ facebook.com/meawbininvestor
ภาพหน้าปก : pixabay.com
Facebook Comments