อ่านแนวโน้มแบบเซียนด้วยเครื่องมือสุด Basic “Moving Average”

3090

เขาว่ากันมาว่า ” อย่าตัดสินใจซื้อหุ้น เด็ดขาด หากคุณยังอ่านแนวโน้มไม่ออก “ เพราะสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อที่จะสามารถอยู่รอดและมีกำไรในตลาดหุ้นนั้นคือการอยู่ฝั่งเดียวกับแนวโน้มหลัก

Moving Average หรือ เส้นค่าเฉลี่ย เป็นเครื่องมือ(Indicator)ในการอ่านกราฟ ที่ทำความเข้าใจได้ง่ายที่สุดในบรรดาเครื่องมือทั้งหมด Moving Average คือการนำราคาหุ้นในช่วงเวลานั้นๆที่เรากำหนดมาหาค่าเฉลี่ยย้อนหลังแล้วพลอทลงบนกราฟเพื่อเปรียบเทียบกับราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน

ค่าเฉลี่ยย้อนหลังที่นิยมใช้กันทั่วไปคือ 5,10,15,25,75, 200 ซึ่งเป็นตัวแทนของช่วงเวลาที่ต่างกันแบบมีนัยยะสำคัญเช่น ค่าเฉลี่ย 5 วัน เป็นตัวแทนของช่วงเวลาย้อนหลัง 1 อาทิตย์ , ค่าเฉลี่ย 25 วัน เป็นตัวแทนของช่วงเวลาย้อนหลัง 1 เดือน และ ค่าเฉลี่ย 200 วัน เป็นตัวแทนของช่วงเวลาย้อนหลัง 1 ปี (หักวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุด)

Moving Average นั้นถูกแบ่งออกเป็นหลายชนิดด่วยกัน เช่น SMA WMA EMA และอีกมากมาย (เรื่องรายละเอียดลึกๆ เหมียวบิน ขอข้ามเลยนะครับ หาอ่านเพิ่มเติมกันได้ที่ http://goo.gl/n9h6Nf )

ส่วนที่เหมียวจะนำมาให้ดูคือเส้น EMA 200 เป็นเส้นที่แสดงถึงราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี เป็นเส้นที่สามารถช่วยบอกแนวโน้มหลักได้และกว้างพอสมควรทั้งในอดีตและการมองภาพในอนาคต หากอยากลองมองแนวโน้มที่เล็กลงมาหน่อยก็สามารถเลือกใช้เส้นค่าเฉลี่ยที่เล็กลงมาได้ตามแต่ความถนัด ตามความชอบของแต่ละคนได้เลย แต่จงจำเอาไว้ว่ายิ่งคุณมองภาพแคบลงมาเท่าไรคุณก็จะมีโอกาสผิดพลาดมากเท่านั้น ยิ่งมองภาพเล็กลงมาเท่าไร คุณก็จะยิ่งมองแนวโน้มหลักออกได้ยากเท่านั้น (เว้นแต่คนชอบเล็กๆสั้นๆ)

 เทคนิคการสังเกตุแนวโน้มของราคาหุ้นด้วย EMA 200 ก็ง่ายมากๆ คือ 
  1. เมื่อราคาหุ้น สูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 แปลว่า หุ้น อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
  2. เมื่อราคาหุ้น ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 200 แปลว่า หุ้น อยู่ในแนวโน้มขาลง
  3. เมื่อหุ้นอยู่ในแนวโน้มใด มันมักจะมีทิศทางไปในแนวโน้มนั้นต่อไปอีกจนกว่าจะจบแนวโน้ม
  4. เราสามารถใช้เส้น EMA ที่เล็กกว่าเช่น EMA5,EMA25 เป็นตัวแทนราคาหุ้น เพื่อดูว่าราคาอยู่สูงหรือต่ำกว่าเส้น EMA200 เพื่อลดสัญญาณหลอก
  5. ความแข็งแรงของแนวโน้ม แปลผันตรงกับความชันของเส้นแนวโน้ม
  6. ช่องว่างระหว่างราคาและเส้น EMA บอกถึงความเหมาะสมของราคา ช่องว่างควรมีขนาดที่พอดีไม่มากไม่น้อยเกินไป(อยู่ที่การสังเกตุพฤติกรรมหุ้น)
  7. ช่องว่างระหว่างราคาและเส้น EMA มากเกินไป แสดงถึงสภาวะ Over bought ราคาสูงมากเกินไป
  8. ช่องว่างระหว่างราคาและเส้น EMA น้อยเกินไป แสดงถึงสภาวะ ใกล้เปลี่ยนแนวโน้ม หรือแนวโน้มไม่แข็งแรง
  9. อย่าลืมว่า EMA แพ้ตลาดที่ไม่มีแนวโน้มชัดเจน

อ่านแนวโน้มแบบเซียนด้วยเครื่องมือสุด Basic Moving Average (2) อ่านแนวโน้มแบบเซียนด้วยเครื่องมือสุด Basic Moving Average (3) อ่านแนวโน้มแบบเซียนด้วยเครื่องมือสุด Basic Moving Average (4) อ่านแนวโน้มแบบเซียนด้วยเครื่องมือสุด Basic Moving Average (5)

มันเป็นอะไรง่ายมากใช่ไหมละครับ? แต่อย่าได้ดูดูกในความเรียบง่ายของมันเชียวละ เพราะแค่เส้นค่าเฉลี่ย EMA200 เพียงอย่างเดียวก็สามารถใช้ในการอธิบายเรื่องร่าวต่างๆเกี่ยวกับแนวโน้มของราคาได้แทบจะคลอบคลุมทุกอย่างไม่ต่างจากนักลงทุนชั้นเซียนแล้ว

ปล. ไม่มี Indy ตัวไหนที่สามารถทำกำไรได้ 100% ไม่มี Indy ตัวไหนที่แม่นยำ 100% และไม่มี Indy ตัวไหนที่เหมาะกับทุกคน ใช้อย่างมีสติ ลงทุนอย่างรอบคอบ และหาความรู้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ

Facebook Comments