ROE ( Return on Equity )

362
.           ROE ( Return on Equity ) คือ การหาความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นๆจะให้ว่ากันง่ายๆ ROE ( Return on Equity ) คือความสามารถในการทำกำไรนั้นเอง สูตรที่ใช้กันทั่วไปก็คือ
ROE (Return on Equity) = Net Income / Equity = Net Income / (Assets – Liabilities)
ความสามารถในการทำกำไร = กำไรสุทธิ / ส่วนผู้ถือหุ้น = กำไรสุทธิ / (สินทรัพย์ – หนี้สิน )
talentภาพ http://www.thawil.net/wordpress/wp-content/uploads/2014/07/talent.jpg
.           ค่า ROE ( Return on Equity ) ที่คำนวนได้จากสูตรข้างต้นจะออกมาในรูปแบบของ % เช่น ROE = 10% , ROE = 15% ค่าตัวเลขมาตราฐานที่นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้ในการคัดกรองหุ้นบริษัทที่มีคุณภาพ มีโอกาสเติบโต คือบริษัทที่มีค่า ROE สูงกว่า 12-15% อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3-5ปีขึ้นไป
.           สำหรับการลงทุนระยะยาวแล้ว บริษัทที่มี ROE ( Return on Equity ) สูงกว่า จะมีความน่าสนใจมากกว่า บริษัทที่มีค่า ROE ( Return on Equity ) ต่ำ เพราะบริษัทที่มี ROE สูงแสดงถึงความสามารถสามารถในการทำกำไร และความสามารถที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้มากกว่าบริษัทที่มี ROE ต่ำกว่า
.           แต่ในขณะเดียวกัน การที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งจะสามารถรักษาค่า ROE ให้สูงอย่างต่อเนื่องในระยะยาวก็เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายนัก เพราะเมื่อเวลาผ่านไปหลายๆปี ถ้าบริษัทดำเนินกิจการให้มีกำไรต่อเนื่อง และเก็บบางส่วนไว้เป็นกำไรสะสม จะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้น Equity เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การรักษา ROE ( Return on Equity ) ให้อยู่ในระดับเดิม บริษัทจำเป็นต้องทำกำไร Net Income มากขึ้นให้เพียงพอต่อการเติบโตของส่วนผู้ถือหุ้น Equity ตัวอย่างเช่น ถ้าส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นปีละ 10% บริษัทที่ต้องการรักษา ROE ให้เท่าเดิมในปีถัดไป จำเป็นจะต้องมีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10% ด้วยเช่นกัน
.          ปล.ค่าอัตตราส่วนต่างๆเหล่านี้เป็นแค่เครื่องมือในการประกอบการตัดสินใจเท่านั้นนะครับไม่ใช่เครื่องมือแสนวิเศษอะไร จะซื้อหุ้นตัวไหนยังไงควรศึกษาข้อมูลด้านอื่นๆให้ดีด้วย

 

เขียนโดย : Meawbin Investor

 

Facebook Comments
แบ่งปัน