ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเทรดเดอร์

763

>> งานสบาย ไม่เครียด <<

เป็นความเชื่อติดอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ครับว่าการเป็นเทรดเดอร์นั้น วันๆหนี่ง ไม่ต้องทำอะไร แค่เปิดจอคอมขึ้นมา ซื้อๆ ขายๆ ก็ได้กำไร มีอิสภาพทางการเงิน มีอิสภาพทางเวลา บางคนหนักหน่อยก็คิดว่า เทรดเดอร์นั้นไปนั่งชิวริมชายหาด ริมทะเล โรงแรมหรูๆ มีมือถือเครื่องเดียว ก็สามารถทำกำไรได้ทั้งวัน ทุกวัน ง่ายๆแล้ว

ความจริง –> เทรดเดอร์เป็นงานที่ยาก กดดัน เครียด ต้องอาศัยการฝึกฝนพัฒนาตัวเองอย่างหนัก อย่างที่บอกไปว่าเทรดเดอร์ก็นับเป็นอาชีพหนึ่งเหมือนกัน ที่ต้องมีส่วนประกอบหลายอย่าง การวางแผน การบริหารเงิน รวมไปถึงการฝึกฝนพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วย และที่สำคัญเทรดเดอร์นั้นต้องทำงานภายใต้ความเครียด ความกดดันในการที่ต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย เพราะทุกการกระทำของเทรดเดอร์หมายถึงกำไรหรือขาดทุน นั้นเอง

>> รวยง่าย รวยเร็ว รวยเยอะ <<

คนส่วนมากคิดว่าการเข้ามาเป็นเทรดเดอร์นั้นจะสามารถทำให้เขารวยได้ โดยไม่ต้องศึกษาอะไรมาก และสามารถรวยได้เร็วแบบข้ามคืน กำไร 100% 1,000% ภายในเดือนสองเดือน จากพวกโฆษณาชวนเชื่อต่างๆที่พยายามอยากให้เราเข้ามาเป็นเทรดเดอร์(เขาอยากให้เขา เพราะเขามีผลประโยชน์)

จริงๆถ้าจะมองประเด็นเรื่องรวยเร็ว รวยไว รวยมาก มองที่ผลกำไรเยอะๆ มันก็ไม่ได้ผิดอะไรจากที่เขาโฆษณาเท่าไรหรอกครับ เพียงแต่เขาไม่ได้บอกเท่านั้นเองว่ามันมาพร้อมกับความเสี่ยงขนาดไหน โอกาสหมดตัวมากมายขนาดไหนเท่านั้นเอง

ความจริง –> สำหรับเทรดเดอร์อาชีพ ที่เทรดเป็นอาชีพจริงๆ นั้น พวกเขาจะให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่มีความแน่นอน ยั่งยืน ภายใต้ความเสี่ยงที่ควบคุมได้ และกระบวนการเหล่านั้นจำเป็นต้องใช้การเรียนรู้ ฝึกฝน ประสบการณ์ และการพัฒนาตัวเองอย่างหนัก มันจึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลามาก ไม่ใช่แค่ 1-2 ปีแน่นอน ต้องมองภาพยาวๆ 10 ปี 20 ปี เพราะมันคืออาชีพ มันคืองาน

>> นักเก็งกำไรต้องใจร้อน คิดไว ทำไว <<

บางคนชอบบอกว่า เทรดเดอร์ จะเก่ง จะได้กำไรเยอะ ต้องเป็นคนใจร้อน คิดอะไร ทำอะไรรวดเร็ว เคลื่อนไหวให้ทันตลาด ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา คนที่ใจเย็น ตัดสินใจช้า ไม่เหมาะกับการเป็นเทรดเดอร์

ความจริง –> การเป็นเทรดเดอร์ หรือนักเก็งกำไรนั้นเราต้องเจอกับสภาวะความผันผวนของตลาดอยู่ตลอดเวลา เราต้องเล่นกับปัจจัยหลายอย่างที่เราไม่สามารถควบคุมได้เลย ถ้าลองไปดูเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ จะพบว่าทุกคนนั้นจะมีระบบในการเทรด มีแผนในการเทรด กับทุกสภาวะตลาดที่อาจจะเกิดขึ้น

ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องของการใช้อารมณ์ ความใจร้อน คิดไว ทำไวอะไรเลย การเป็นคนใจเย็นนั้นดีกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะความที่เทรดเดอร์นั้นจะต้องพบเจอกับสภาวะความกดดันในรูปแบบต่างๆ และความผันผวนของตลาดตลอดเวลา ความสามารถในการวางแผน ความสามารถในการควบคุมอารมณ์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

>> อิสระ ฟรีสไตล์ ตามใจตัวเอง <<

อันนี้แทบทุกคนเลยเชื่อว่าการเป็นเทรดเดอร์นั้นจะมี อิสระ ฟรีสไตล์ ทำอะไรตามใจตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร อยากทำอะไรก็ทำ อยาดเทรดก็เทรด อยากพักก็พัก อารมณ์ก็คล้ายๆกับเมื่อก่อนที่คนอยากออกมาเปิดร้านอะไรเป็นของตัวเอง เป็นนายตัวเอง คนที่ออกมาลองทำจริงๆจะรู้และเข้าใจ ส่วนคนที่ไม่เคยทำก็ฝันต่อไป

ความจริง –> เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้อง มีวินัย มีความรับผิดชอบ และการควบคุมตัวเองที่ดี รู้จักทำตาม กฏ ระเบียบ แบบแผนที่ตัวเองได้วางไว้อย่างเคร่งครัด

การเป็นเทรดเดอร์ ถึงแม้ว่าจะเป็นอิสระ แต่เจ้านายของเรานั้นก็คือ “ตัวเราเอง” บางครั้งเราต้องทำบางสิ่งที่ดี ที่จำเป็น แต่เราไม่อยากทำหรือขี้เกียจทำก็มี และเราก็ยังต้องบังคับฝืนใจตัวเองให้ทำอยู่ดี แถมเรายังต้องเป็นทั้ง “เจ้านาย” ที่ดีของตัวเอง และ “ลูกน้อง” ที่เชื่อฟังของตัวเองอีกด้วย(เหนื่อย 2 ต่อเลย)

>> อยากสำเร็จต้อง Full Time เท่านั้น ต้องลาออกมาเทรด <<

เป็นความเชื่อที่ว่าเราต้องลาออกจากงาน หรือเลิกทำสิ่งที่เราทำอยู่ เพื่อที่จะได้มีเวลา มีสมาธิ ทุ่มแทกับการเทรดได้อย่างเต็มที่ บางคนตั้งเป้าหมายว่าจะต้องออกมา Full Time จะต้องเทรดอย่างเดียว เราจะต้องลุยเต็มที่

ความจริง –> ในโลกปัจจุบันนี้ เราไม่จำเป็นต้องทุ่มเทเวลามากขนาดนั้นเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในการเป็นเทรดเดอร์ เพราะอะไรหลายๆอย่างมันก็ง่ายมาก สะดวกมากขึ้นแล้ว ทั้งระบบซื้อขายผ่าน Internet App บนโทรศัพท์มือถือที่ช่วยให้เราสามารถติดตาม ดูแล สถาณะการซื้อขายของเราได้แทบจะทุกที่ทุกเวลาเลย รวมทั้งสื่อการเรียนรู้การพัฒนาตัวเองเดี๋ยวนี้ก็เยอะ และเข้าถึงง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก

ดังนั้นการเป็นเทรดเดอร์จึงไม่จำเป็นต้องเป็น Full Time Trader เท่านั้น คุณจะเทรดแบบ Part Time เทรดควบคู่กับงานประจำ หรือธุรกิจของคุณก็ได้ มีตัวอย่าง มีต้นแบบของเทรดเดอร์ที่เป็น Part Time Trader แล้วประสบความสำเร็จให้ดูมากมาย ซึ่งบุคคลเหล่านี้เองก็จะมีกระบวนการในการฝึกฝน และเรียนรู้ พัฒนาตัวเองในแบบของเขา

ประเด็นสำคัญคือ คุณต้องรู้จักบริหารเวลา ระหว่างงานประจำหรือสิ่งที่ต้องทำเพื่อมาเรียนรู้ ฝึกฝน ให้ได้ด้วย และ ต้องเข้าใจ เลือกกลยุทธ์ วางแผนการเทรดให้สอดคล้อง ให้เหมาะสมกับพฤติกรรม หรือเวลาว่างของเราให้ได้

>> มีสูตรลับ เครื่องมือวิเศษในการทำกำไร <<

เป็นอีกความเชื่อที่ถูกนำเสนอ หรือถูกคนบางกลุ่มทำให้มือใหม่เชื่อว่า การเทรดนั้นมีสูตรลับ หรือมีเครื่องมือวิเศษที่สามารถทำนายตลาดได้อย่างแม่นยำ มีระบบเทรดที่ทำกำไรได้ง่ายไ สม่ำเสมอ 100% 1,000% ไม่ต้อง เรียนรู้ไม่ต้องพัฒนาตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ก็สามารถรวยได้ง่ายๆ

( ส่วนใหญ่ความเชื่อพวกนี้จะถูกปลูกฝังมาจากพวกขาย EA ขาย ระบบเทรดที่เราเห็นกันทั้วไป )

ความจริง –> คือถ้าเราลองไปศึกษาบทสัมภาษณ์ หรือไปถามคนที่เขาประสบความสำเร็จมากๆแล้ว อยู่มานานเกิน 30 ปี 40 ปี ทุกคนจะพูดไว้เหมือนๆกันว่า ในตลาดนี้ไม่มีสูตรลับ หรือเครื่องมือวิเศษอะไรที่สามารถทำนายตลาดได้ 100% ที่สามารถทำกำไรได้เยอะตลอดไป ตลาดทุกตลาดมีความเป็น Random Walk เสมอ ไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้แม่ยำ 100% พฤติกรรมในอดีตไม่ได้การันตีอนาคตเสมอไป

“There is no holy grail”

การอยู่รอด และมีกำไรอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่เรื่องของการที่เราต้องเดาอนาคตแม่น หรือเราต้องถูกต้องตลอดเวลา 100% แต่มันเป็นเรื่องของหารมองหาโอกาส หาจังหวะที่เหมาะสม การบริหารจัดการการควบคุมขนาดความเสี่ยงที่เหมาะสมกับกระบวนการในการเทรดของเราได้ต่างหาก

>> ทำตามกันก็รวยได้ ความสำเร็จ Copy ได้ <<

สุดท้ายเป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่ค่อนข้างคลาสสิคอีกเหมือนกัน ที่เชื่อว่าการทำตามๆกันก็รวยได้ ความสำเร็จสามารถ Copy ได้ ก็กลายเป็นว่าทุกคนก็พากันหาวิธีวิเศษ ไอดอล จากสำนักต่างๆเพราะเชื่อว่าถ้าเราทำแบบเขา แบบอาจารย์ทุกอย่าง เราจะรวย เราจะสำเร็จแบบเขาได้ง่ายๆ

ความจริง –> อยากให้ลองคิดอย่างนี้ครับ ว่าในตลาดเราจะพบคนที่ปะสบความสำเร็จจำนวนมาก และคนเหล่านั้นใช้วิธีการเทรด กระบวนการเทรดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงสรุปได้ว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่เราจะต้องทำตามคนอื่นแป๊ะๆเพื่อที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จเลย

เพราะว่า คนแต่ละคนนั้น จะมีลักษณะเฉพาะตัว ที่แตกต่างกัน “จริต” รวมทั้ง ทรัพยากรต่างๆ เงินทุน เวลา การใช้ชีวิต สุขภาพร่างกาย จริต ที่แตกต่างกัน การที่เราจะทำตามแบบวิธีการของคนอื่น บางครั้งมันกลับให้ผลเสียกับเรามากกว่าเสียด้วยซ้ำ เราสามารถเรียนรู้ผ่านสิ่งเหล่านั้นได้ เอามาคิดวิเคราะห์ ทอสอบ เอาความรู้มาประยุกต์ใช้งานได้ แต่ไม่ใช่การ Copy ทั้งดุ้น

 เราควรเลือก และหาสไตล์การเทรดให้เหมาะกับ ตัวเรา

“จบ”

ขอบคุณข้อมูลจาก : Cwayinvesment