พฤติกรรมของ “ความกังวลใจ”

1909

ลองจินตนาการว่าเรากำลังพรีเซนต์ตัวเองในระหว่างสัมภาษณ์งาน เพื่อให้ได้งานในฝันที่เราอยากทำมากๆ ถึงขนาดยอมเตรียมตัว วางแผน วางสคลิปการพูด ทุกอย่างมาเป็นปี

แต่เมื่อถึงเวลาจริงเรากลับพบว่า ในขณะที่เรากำลังพรีเซนต์ตัวเองอยู่นั้น ไม่มีใครที่จะสนใจฟัง ตั้งใจฟังในสิ่งที่เราพยายามนำเสนอเลย บางคนก็เริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น บางคนก็ดูเหมือนจะหลับ ไม่มีใครสนใจฟังสิ่งที่เราพูดเลยแม้แต่คนเดียว

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในความคิดเราคือ “ความกังวลใจ”  กังวลว่าสิ่งที่เราเตรียมมาอาจจะไม่ดีพอ กังวลว่าอาจจะไม่ได้งานนี้ กังวลว่าความฝันจะพังทลาย กลังวลว่าผู้คนจะพูดถึงเราต่อไปยังไง กังวลว่าเดือนหน้าเราจะไม่มีข้าวกิน กังวลว่า …… ต่างๆนานาเต็มไปหมด

และต่อจากนั้น พฤติกรรม อย่างหนึ่งที่คนเรามักแสดงออกมา คือ การตัดสินใจดึงความสนใจของผู้ฟังกลับมาโดยวิธีการทำในสิ่งที่เราไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ไม่ได้วางแผนมาก่อน หรือ “เปลี่ยนแผนกลางคัน” เช่น เปลี่ยนเรื่องพูด เปลี่ยนเรื่องพรีเซนต์ พยายามหามุขตลกมาเรียกเสียงหัวเราะ เรียกความสนใจของผู้ฟัง (ทั้งที่เราอาจไม่ได้ถนัดเรื่องนั้นเลย)

ในมุมมองของการเทรดก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะในตลาดหุ้น หรือในตลาด Forex ก็มักเกิดเหตุการแบบนี้บ่อยๆ ทั้งที่เราวางแผน วางกลยุทธ์ ฝึกซ้อมทักษะมามากในระดับหนึ่งแล้ว แต่ตลาด ก็ยังคงไม่อาจคาดเดาได้ มันเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนตัวเอง และไม่เป็นไปตามที่เราคาดการณ์เสมอ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตลาดจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราเกิด “ความกังวลใจ” มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นในทุกๆนาที โดยเฉพาะผลการขาดที่ที่เทรดเดอร์ได้รับ ยิ่งมาก ยิ่งบ่อยขึ้น ก็ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด พฤติกรรมของ “ความกังวลใจ” นั้นคือการเปลี่ยนแผนการเทรด เปลี่ยนระบบ เปลี่ยนวิธีที่ตัดสินใจเข้าออก เพราะไม่อยากขาดทุน ซึ่งบทสรุปของการกระทำเช่นนั้น เราทุกคนก็คงจะรู้ดีว่าจะเป็นอย่างไร ขาดทุนยับ และเจ็บหนักแน่นอน

** ยิ่งถ้าวันนั้นมีคนโพส Facebook ว่าได้กำไรด้วยวิธีนั้น วิธีนี้ ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด พฤติกรรมของ “ความกังวลใจ” ได้ง่ายขึ้นไปอีก 555+

ดังนั้นสิ่งที่เทรดเดอร์ควรที่ที่สุด นั้นคือการ “ยึดมั้น” และ “ยอมรับ”

ยึดมั้น

ในความสามารถ ความพยายามของตัวเราเอง ทำตามแผนที่วางไว้ ทำตามสิ่งที่ได้เรียนรู้ และ ฝึกฝนมา ถ้าเป็นการสัมภาษณ์งาน เราก็ควรพูดในสิ่งที่เรารู้ เข้าใจ มีความเชี่ยวชาญ ตามที่วางแผนไว้ต่อไป แม้ว่าจะไม่มีใครสนใจฟัง แม้ว่าจะไม่ได้งานที่ต้องการ ก็ยังดีกว่ากลายเป็นตัวตลกที่พูดไม่รู้เรื่อง

ยอมรับ

ผลกำไร ผลขาดที่ที่เราจะได้ แน่นอนว่าทุกคนอยากได้กำไร ไม่มีใครอยากขาดทุน แต่เมื่อถึงเวลาที่เราแพ้ เราขาดทุน เราก็ต้องยอมรับผลของการขาดทุนนั้นให้ได้ (ที่กำไรเรายังยอมรับได้เลย) มองโลกในแง่บวก แม้ว่าสิ่งที่เราทำลงไป หรือทำต่อไปจากนี้ มีโอกาสที่จะขาดทุนมากขึ้น

แล้วใช้ ข้อผิดพลาดเหล่านั้นที่เราได้เจอ มาเป็นบทเรียน มาพัฒนาปรับปรุงแก้ไข วางแผน ฝึกฝนต่อไป เพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

อ้างอิง : หนังสือ The Daily Trading Coach บทที่ 18