การพิจารณาเลือก Broker

1280

ใช้ Broker ที่ไหนดี ??

คำถามยอดฮิตอันดับต้นๆสำหรับมือใหม่เลยก็ว่าได้ แต่คำถามนี้ไม่สามารถตอบได้เนื่องจากว่า เทรดเดอร์แต่ละท่านนั้นมีความต้องการ มีความเหมาะสมกับ  Broker แตกต่างกันไป ดังนั้นเนื้อหาในตอนนี้จะอธิบายถึง “ปัจจัย” ต่างๆที่เทรดเดอร์ควรใช้เพื่อพิจรณาเลือก Broker ให้เหมาะกับตัวท่านเอง

ปัจจัยในการพิจารณาเลือก Broker

1. ความน่าเชื่อถือของ Broker

สิ่งแรกเลยที่เทรดเดอร์ต้องคำนึงถึงในการเลือกโบรกเกอร์คือ “ความน่าเชื่อถือ” เพราะเราต้องเอาเงินเราไปฝากไว้ที่โบรกเกอร์ ซึ่งความน่าเชื่อถือนี้สามารถตรวจสอบได้ระดับหนึ่งจาก การขึ้นทะเบียน การจดทะเบียนการประกอบกิจการกับ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ ตรวจสอบ และจดทะเบียน ที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น

2. เงินทุน

ขอแยกออกเป็น 2 ประเด็น

ประเด็นแรก สำหรับมือใหม่หรือคนที่อยากทดลองเทรด โบรกเกอร์ บางแห่งมีการกำหนดขนาดการฝากถอนเงินขั้นต่ำในแต่ละครั้ง หรือ ในครั้งแรกของการฝากเงิน เช่น 100 US 1,000 US เป็นต้น

ประเด็นที่สอง สำหรับคนที่อยากเทรดเป็นอาชีพเทรดจริงจัง 1,000 – 10,000 US ขึ้นไป ควรให้ความสำคัญเรื่องความน่าเชื่อถือเป็นหลัก

3. ช่องทางการฝากถอน

ปัจจุบันการเทรด Forex ในบ้านเราเริ่มแพร่หลายมากขึ้้น มีโบรกเกอร์จำนวนมากที่สามารถ ฝากถอน ผ่านธนาคารประเทศไทย(Online Thai Banking)ได้แล้ว ทำให้การฝาก ถอน สะดวกรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกลงอย่างมาก(ฟรีค่าธรรมเนียมก็มี)

ซึ่งถ้าเป็นโบรกเกอร์ใหญ่ๆบางแห่ง ที่ยังไม่ได้เข้ามาตีตลาดบ้านเรายังไม่สามารถโอนผ่านช่องทาง Online Thai Banking ก็จะมีช่องทางอื่นๆให้เลือกเช่น Master card,Visa,Paypal หรือ ตัวแทนแลกเปลี่ยนเงินต่าง เป็นต้น ก็จะมีความยุ่งยาก,ค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น และ ใช้ระยะเวลาที่นานกว่า (Master card ฝากได้ทันที แค่ถอน 7 – 15 วัน )

4. ประเภทของ Broker 

  • แบบ No Dealing Desks (NDD) หรือ  Dealing Desk
  • ประเภทบัญชีซื้อขาย STD,Micro,Cents

โบรกเกอร์บางแห่งมีให้บริการพอร์ทการซื้อขายแบบ Micro,Cents ด้วย ซึ่งเป็นพอร์ทขนาดเล็กเหมาะสำหรับ เทรดเดอร์และนักลงทุนมือใหม่ ซึ่งจะพูดถึงในบทถัดๆไป

บัญชี  STD    คำสั่งซื้อขาย  1.00 Lot  = 100,000  Unit
บัญชี Micro คำสั่งซื้อขาย  1.00 Lot  =      1,000  Unit

5. ฝ่ายบริการ Support

  • จะสำคัญมากเวลาเรามีปัญหาขัดข้องทางเทคนิค
  • ถ้าเราเก่งภาษา ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
  • แต่ถ้าเราไม่เก่งภาษา ควรเลือกโบรกที่มี Support ที่สื่อสารด้วยภาษาไทยได้

6. Spread commission ค่าบริการต่างๆ

  • การใช้โบรกเกอร์ที่มีค่า Spreadสูง ,Commission สูง ทำให้เทรดเดอร์มีต้นทุนในการเทรด สูงขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายต่ำลง = ความได้เปรียบที่มากขึ้น
  • เช่น Spread ของ EURUSD โดยมาตราฐานทั่วไป ไม่ควรเกิน 18 จุด

7. Promotion

  • ทุกวันนี้ได้มีโบรกเกอร์ Forex เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก การแข่งขันจึงมีสูง
  • โบรกเกอร์ต่างนำ Promotion ออกมา แข่งขันกัน เพื่อแย่งลูกค้า
  • เช่น Bonus เติมเงิน ลดค่า Commission ลดค่า Spread เป็นต้น

สรุป เลยแล้วกัน

  • ถ้าทุนเยอะ 100,000 US++ ให้แน้นพิจรณาโบรกที่ใหญ่หน่อยอย่างเช่น IC Market, Interactive Broker  ที่เป็นโบรกเกอร์ระดับธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย ไปเลย
  • ถ้าทุนกลางๆ 500 US++ ให้พิจรณาโบรกที่มีความมั่นคงระดับหนึ่งก็พอ แล้วไปเน้นในเรื่องของ ความรวดเร็วในการฝาก ถอน แทน เช่น XM, Pepperstone เป็นต้น
  • ส่วนใครทุนน้อยๆ 5 US 10US อยากทดลองเทรด โบรกไหนก็ได้ ไม่ใช่โบรกเถือนก็พอ
  • เรื่อง Spread commission ค่าบริการต่างๆ เอาแค่ไม่ โอเวอร์ก็พอ
  • หากเทรดเป็นอาชีพ และรู้จักมองภาพระยะยาว มันไม่ค่อยส่งผลอะไรมากหรอก
  • Promotion ล่อตาล่อใจทั้งหลายก็ไม่ต้องไปสนใจมาก ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
  • อย่าลืมว่า “Broker” คือ “บริษัท” ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหา “ผลกำไร” ไม่ใช่องค์กรการกุศล


แถมส่งท้าย สำหรับคนที่กำลัง เลือกโบรกอยู่ เลือไม่จบสักที
เป็น Website ที่รวบรวมข้อมูล รีวิว วิธีการเปิดบัญชี ฝากถอนเงิน จากหลายโบรก ครบทุกรายละเอียด !!
(ตอนแรกว่าจะทำเนื้อหาเอง เจอ Link เข้าไป ยอมครับ) กับ >>>> forexnew.org <<<<