อยู่รอดให้ได้ในตลาด ให้ได้ก่อน

1177

****** ปล. เนื้อหา บทความทั้งหมดต่อไปนี้เป็นแค่การสรุปองค์ความรู้ + เพิ่มเติมตามความเข้าใจของตัวผมเอง จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ (ไม่ได้คิดเอง) เป็นแค่หนึ่งในแนวทางการเทรด และผ่านการลองทำมาบ้างในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ผิด ถูก ปรับปรุงตรงไหน ก็สามารถแนะนำกันเข้ามาได้นะครับ

จะอยู่รอดให้ได้ อย่างแรกที่ต้องทำก็ คือรู้ตัวก่อน ว่าอะไรที่ทำให้เราล้างพอร์ท สาเหตุอะไรที่ทำให้เราล้างพอร์ท ตายออกจากตลาดไปก่อน

เอาจริงๆสาเหตุการตาย (ล้างพอร์ท) นั้นผมว่ามันเกิดขึ้นได้ มากมายหลายวิธี นับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว แต่ถ้าถามผมผมมองว่า สาเหตุที่ทำให้เทรดเดอร์หน้าใหม่ ขาดทุน ล้างพอร์ท เกิดจากปัจจัยหลัก 3 อย่างด้วยกัน นั้นก็คือ

สาเหตุที่ทำให้มือใหม่ ล้างพอร์ท

  1. ตั้งเป้าหมายการเทรด ผิด
  2. ” ไม่มีความเข้าใจในการเทรด พื้นฐาน การใช้ Leverage แบบผิดๆ จนนำไปสู่การ Over trade ทั้งแบบที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจ “
  3. “การไม่รู้จักวางแผนการเทรด อย่างถูกวิธี”

1. คนส่วนใหญ่ตั้งเป้าหมายการเทรด ผิด

คนส่วนใหญ่มักมองกันแต่ เรื่องของผลกำไรอย่างเดียว ต้องชนะตลาดบ้างละ ต้องได้เท่านั้นเท่านี้บ้างละ แน่นอนละครับว่า มีใครบ้างที่ไม่อยากได้กำไร มีใครบ้างที่เข้ามาในตลาดเพราะอยากเสียเงิน

แต่เราต้องเปิดใจยอมรับความจริง ว่า ตลาดแห่งนี้มันไม่ได้ง่าย เราเป็นใคร มีความสามารถ มากน้อย แค่ไหน เข้ามาจะทำกำไร 100% 1,000% ตั้งแต่เดือนแรก ปีแรก มันเป็นไปไม่ได้(ระดับโลกได้อยู่ราว 30- 50 % ต่อปี)

สิ่งที่เราควรมองในช่อง 1 – 3 ปี แรกนั้นคือการอยู่รอดและพัฒนาตัวเองครับ ไม่ไช่การฟันกำไรให้ได้มากๆ ในระยะเวลาสั้นๆ และอยากให้มองการเทรดให้เหมือนการทำ ธุรกิจ กิจการส่วนตัว ที่ต้องอาศัย ความรู้รอบด้าน การเงิน การบริหาร สินค้า ไม่ใช่แค่ Skill การขาย

2. ” ไม่มีความเข้าใจในการเทรด พื้นฐาน การใช้ Leverage แบบผิดๆ จนนำไปสู่การ Over trade ทั้งแบบที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจ “

มือใหม่ ส่วนใหญ่ไม่แม้กระทั่งทราบ นะครับว่า เทรด Forex เนี้ย คือ เทรดอะไร ต้องใช้ทุนเท่าไร มีมูลค่าเท่าไร รู้จักแค่ แทงขึ้น กับแทงลง กำไร และขาดทุนเท่านั้นเอง ดังนั้น ถ้าเราอยากจะเลิกล้างพอร์ท เราก็ต้องมาทำความเข้าใจ เรื่องพวกนี้ตั้งแต่พื้นฐาน เพื่อความเข้าใจ โดยพื้นฐานที่เราต้องทำความเข้าใจ มีดังต่อไปนี้

ปล. ในส่วนของพื้นฐานความเข้าใจตรงนี้ ผมขอไปเร็วนิดหนึ่งนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลากับท่านที่พอเข้าใจตรงนี้บ้างแล้ว โดยที่ใครยังไม่เข้าใจ ตามไม่ทัน ติดตรงไหน ท่าสามารถเข้ามาอ่านเพิ่มเติม ทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้ที่ http://www.meawbininvestor.com/e-learning-forex-trader/ ซึ่งผมทำบทความอธิบายเกี่ยวกับพื้นฐานไว้ค่อนข้างละเอียด (แนบ Link ไปให้ใน Email แล้ว)

2.1 การเทรด Forex คืออะไร

คือ การซื้อขาย สัญญา แลกเปลี่ยนค่าเงิน (จริงๆ) สินค้า คือ “เงิน” ของแต่ละสกุลที่เราแลกกันนี้แหละ (ไม่ใช่การพนัน แต่คนชอบเอาไปเล่นพนัน ไม่ใช่แค่การกด Buy Sell )

ในตลาดจึงประกอบด้วย ค่าเงิน 2 ค่าเปรียบเทียบกันเสมอ เพื่ออ้างอิงมูลค่าของมัน(ถ้ามีตัวเดียวก็จะเทียบ จะแลกเปลี่ยนยังไง) เช่น

  • EUR/USD 1.10000 อ่านว่า ยูโร ต่อ ยูเอสดี ที่ราคา 1.10000 หมายความว่า 1 EUR แลกได้ 1.1 USD หรือ 1.1 USD แลกได้ 1 EUR
  • ถ้าเรา Buy(ซื้อ) EUR/USD 1.10000 หมายความว่า
  • เราเอาเงิน มูลค่า 1.10000 USD ไปแลกเป็นเงิน EUR มาเก็บไว้ 1 EUR
  • ถ้าเรา Sell(ขาย) EUR/USD 1.10000 หมายความว่า
  • เราให้คนอื่น เอาเงิน 1.10000 USD มาแลก 1 EUR ของเราไป

2.2 Lot Size

คือ ขนาดของสัญา หรือ จำนวณของสัญญาซื้อขาย ภาษาบ้านเราเรียก “เป็นล๊อตๆ”

  • 1.00 Lot (STD) มีค่าเท่ากับการซื้อขาย 100,000 Unit/ชิ้น/สัญญา
  • 0.01 Lot (STD) มีค่าเท่ากับการซื้อขาย 1,000 Unit/ชิ้น/สัญญา
  • EUR/USD 1.10000 แปลว่า 1 สัญญา มีค่าเท่ากับ 1.1 USD
  • ซื้อ EUR/USD 1.10000 ที่ 1.00 Lot (STD) มีค่าเท่ากับ 110,000 USD

2.3 Value

คือ มูลค่าการซื้อขาย นั้นๆ มีค่าเท่ากับ [มูลค่าสินค้า x ขนาดการซื้อขาย (Lot)] เช่น เราซื้อขาย คู่เงิน AUD/USD ที่ราคา 0.75000 จำนวณ 1.00 Lot (STD)

เท่ากับเราซื้อขายสินค้าที่มี Value เท่ากับ 0.75000 x 100,000 Unit/ชิ้น/สัญญา หรือเท่ากับ 75,000 USD โดยประมาณ ( 1.00 Lot = 75,000 USD )

0.01 Lot (STD) เท่ากับ 0.75000 x 1,000 Unit/ชิ้น/สัญญา หรือเท่ากับ 750 USD โดยประมาณ ( 0.01 Lot = 750 USD )

ประเด็นตรงนี้ที่จะบอกก็ คือ การที่เราซื้อขายด้วยขนาดสัญญา 1.00 Lot (STD) นั้นคือเรากำลัง Bet หรือ เสี่ยงอยู่กับเงินจำนวณมากแค่ไหน

ย้อนกลับไปที่ เวลาเราเทรด บางโบรกชอบเชียร์ว่า 100 USD เปิดได้ 1.00 Lot ลองคิดเอานะครับ ว่ามันหมายความว่ายังไง

ปล. การคิด Value ของคู่เงินแต่ละคู่นั้นต่างกัน โดยแยกออกเป็น 3 ประเภท ตามสกุลเงินตั้งต้นของเรา โดยในที่นี้จะมองที่ USD นะครับ

  • USD อยู่ด้านหลัง เช่น AUD/USD , EUR/USD การคำนวณ ตามตัวอย่างข้างต้นเลย
  • USD อยู่ด้านหน้า เช่น USD/JPY , USD/CAD การคำนวณ ไม่ว่าจะจับคู่กับอะไร Value = 1 x ขนาด Lot เลย
  • ไม่เกี่ยวกับสกุลเงินตั้งต้นเลย เช่น EUR/JPY , AUD/CAD การคำนวณ ต้องแปลง 2 รอบ โดยแปลงตัวหลังให้เป็น USD ก่อน
  • หรือง่ายกว่านั้น เราสามารถ ใช้โปรแกรมคำนวณ ที่มีให้บริการตามโบรกเกอร์ต่างๆได้ เช่น xm.com
2.4 Pip Value

คือ มูลค่า ต่อ 1 pip (ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ) มีประโยชน์มากตอนคำนวณความเสี่ยง

  • AUD/USD ที่ราคา 0.80000 = >> 0.75000 แบบนี้แปลว่า AUD/USD ลงมา 500 pip (เข้าใจตรงกันเนอะ)
  • 1.00 Lot (STD) AUD/USD 0.80000 มี Value เท่ากับ 80,000 USD โดยประมาณ
  • เมื่อ AUD/USD 0.75000 มี Value เท่ากับ 75,000 USD โดยประมาณ
  • ราคาเปลี่ยนแปลง 500 pip ทำให้มูลค่าเปลี่ยนไป 5,000 USD

ดังนั้น การเคลื่อน 1 pip มีมูลค่าเท่ากับ 10 USD นั้นเองหรือ Pip Value ของ AUD/USD มีมูลค่าเท่ากับ 10 USD นั้นเอง

ปล. Pip Value ของคู่เงินแต่ละคู่มีค่าไม่เท่ากัน และแปรผันไปตามอัตราแลกเปลี่ยน และเงินที่เราต้องการเปรียบเทียบตลอดเวลานี้จึงเป็นวิธีการคิดแบบคร่าวๆเท่านั้น และนอกจากนี้เรายังสามารถใช้เครื่องคำนวณได้ มีบริการฟรีตามโบรกเกอร์ทั่วไปเช่นของ XM.com ทั้งนี้ผมอธิบายให้เข้าใจคอนเส็ป พื้นฐานความรู้ที่จำเป็นสำหรับขั้นตอนการวางกลยุทธฺเฉยๆ ใครที่ยัง งง ข้ามไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวค่อยกลับมาเติมอีกรอบ

2.5 Margin

คือ เงินวางหลักประกัน (ตัวประกัน) ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากเรา โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะวางในอัตราส่วนเท่าไร โดยการเลือก Leverage ตอนที่เราเปิดบัญชีนั้นแหละครับ 1:100 , 1:500

จากตัวอย่างด้านบน เราทราบแล้วว่า การเปิดสัญญาเทรด 1.00 Lot กับ AUD/USD 0.80000 มีมูลค่า 80,000 USD เป็นเงินที่ค่อนข้างเยอะ โบรกเลยบอกว่าจะให้เรายืมเงินบางส่วน เพื่อเปิดสัญญาซื้อขาย โดยไม่ต้องวางเงินทั้งหมด (วางแค่ Margin )

สมมุติเราเลือก Leverage 1:100 ไว้ โบรกเกอร์ก็จะขอเรียกเก็บเงินจำนวณ 1 ใน 100 หรือเท่ากับ 800 USD จากเราก่อนเพื่อเอาไว้เป็นตัวประกันนั้นเอง

จึงทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า มีเงินแค่ 800 – 1,000 USD ก็เทรดได้ ซึ่งมันก็ได้จริงแหละครับ แค่คุณลืมไปว่า ส่วนนั้น เขาเอาไว้ใช้แค่หลักประกันเท่านั้น และคุณกำลัง Bet กับสินค้ามูลค่า 80,000 USD ไม่ใช่ 800 USD

Margin คือ เงินวางหลักประกันที่โบรกเรียกเก็บจากเรา โดยเราสามารถเลือกได้ ว่าจะจ่ายในอัตราส่วนเท่าไร

2.6 Leverage

ก่อนอื่นเราต้องแยกก่อนนะครับระหว่าง “Leverage ที่โบรกให้เลือก” กับ “Leverage ที่แท้จริง ”

เทรดเดอร์มือใหม่ยังไม่เข้าใจตรงนี้กันเยอะนะครับว่า “Leverage ที่โบรกให้เลือกตอนเปิดบัญชี” นั้น เค้าแค่ให้เราเลือกเฉยๆเพื่อที่เขาจะได้เอาไปคำนวณ Margin ที่เรียกเก็บจากเรา เท่านั้นเอง

เหมือนเข้าร้านอาหารแล้วพ่อครัวถามว่า จะกินเยอะมั้ย เพื่อจะได้กะปริมาณให้ ว่าควรทำเยอะ หรือทำน้อย แต่ราคาเท่าเดิมนะ ซึ่ง เราก็สามารถบอกไปได้ว่า “เรากินเยอะ” จัดมาให้เต็มที่ แต่ตอนกิน หมดไม่หมดค่อยว่ากัน ถูกมั้ยครับ (คนเราสามารถคุมปริมาณอาหารด้วยตัวเองได้)

มี 1:1,000 1:2,000 ก็เลือกไปเลยครับ มันไม่เกี่ยวกับเทรดของเราเลย เค้าแค่ให้เราเลือกเฉยๆเพื่อที่เขาจะได้เอาไปคำนวณ Margin ที่เรียกเก็บจากเรา เท่านั้นเอง

**ผมกล้าพูดเลยนะ ว่านี้เป็นหนึ่งในการตลาด และกับดักที่คนในวงการนี้ สร้างมาเพื่อหลอกล่อ และทำให้เทรดเดอร์หน้าใหม่ๆ งง ทั้งเรื่องการให้เยอะ การไม่บอกความหมายที่แท้จริง การสอนการนำเสนอแบบผิดๆ การชักจูงที่เกินความเป็นจริง ฯลฯ

ส่วน Leverage ในความหมายของมืออาชีพ

หมายถึง ความเสี่ยง ของตัวเทรดเดอร์เอง โดยเทียบจาก เงินทุนที่เทรดเดอร์ใช้ เมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงของการเทรด

ตัวอย่าง

  • เราทำการ Buy – AUD/USD 0.8000 จำนวณ 1.00 Lot (Value = 80,000 USD)
  • Value 80,000 เราวางเงิน 40,000 แปลว่าเราวางเงิน น้อยกว่า 2 เท่า ของ Value เรียกว่า Leverage 1:2
  • Value 80,000 เราวางเงิน 10,000 แปลว่าเราวางเงิน น้อยกว่า 2 เท่า ของ Value เรียกว่า Leverage 1:8
  • Value 80,000 เราวางเงิน 800 แปลว่าเราวางเงิน น้อยกว่า 2 เท่า ของ Value เรียกว่า Leverage 1:100
  • Leverage 1:2 = เรากำลังเสี่ยงมากกว่าคนอื่น 2 เท่า
  • Leverage 1:8 = เรากำลังเสี่ยงมากกว่าคนอื่น 8 เท่า
  • Leverage 1:100 = เรากำลังเสี่ยงมากกว่าคนอื่น 100 เท่า

พื้นฐานที่ เทรดเดอร์ควรมีความรู้ความเข้าใจ เบื่องต้นก็มีประมาณนี้ครับ ที่จำเป็นจริงๆและเป็นตัวที่ทำให้มุมมองของการเทรดแตกต่างกัน ระหว่างเทรดเดอร์ที่อยู่รอดแล้ว กับเทรดเดอร์ที่ยังล้างพอร์ทอยู่

และผมเชื่อว่า มาถึงตรงนี้ หลายคน อาจจะเข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมตัวเองถึงล้างพอร์ท หรือทำไมถึงยังขาดทุนอยู่ ??

นอกเรื่องไปเสียไกล เรากลับมาต่อกันที่ สาเหตุที่ทำให้มือใหม่ ล้างพอร์ท ข้อที่ 3 นั้นคือ

3. “การไม่รู้จักวางแผนการเทรด อย่างถูกวิธี”

ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ พื้นฐาน ไม่รู้อะไรเลย บวกกับในสังคม ในโลกที่โหดร้ายใบนี้ เราก็มักจะโดนหลอก ให้จำ หรือให้ทำแบบนี้ (แบบนี้สิดี กำไรเยอะ) โฆษณา สื่อ อวดรวย ง่าย บลาๆ โดยคนบางกลุ่ม ที่เขาได้ค่าคอมจากการที่เราเทรด และ ร้ายกว่านั้น คนบางกลุ่ม ได้ค่าคอมจากการที่เราล้างพอร์ทก็มี (Dark Side) ก็เลยทำให้ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ นั้นวางแผนการเทรดไม่เป็น ไม่ถูกวิธี

หรือ หนักกว่านั้น บางคนก็แค่ กดๆ เทรดไป เข้า ออกตามอารมณ์ ตามความต้องการตัวเองไปวันๆ เป็นที่มาของการล้างพอร์ท อย่างสม่ำเสมอ

ก็อย่างที่ผมพูดเสมอ ครับว่าการเทรดนั้นไม่ใช่เรื่องของการพนัน ไม่ใช่การแทงขึ้น แทงลง เทรดเดอร์ ก็ไม่ใช่แค่คนที่มานั่งหน้าจอคอม แล้วกดเมาส์ คลิกๆๆๆๆ เพื่อหาเงิน

แต่มันคืออาชีพ แบบหนึ่ง คือธุรกิจ ที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ ในด้านต่างๆทั้ง เรื่องพื้นฐาน ความรู้เฉพาะทาง การบริหารเงิน บริหารเวลา บริหารอะไรหลายๆอย่างรอบตัว

เช่น ร้านอาหาร จะประสบความสำเร็จ ดัง รวย ได้อย่างไร ถ้าเจ้าของร้าน แค่ผัดกระเพราอร่อย “มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ”

การเทรดก็เช่นกัน มันมีอะไรมากกว่า นั่งหน้าจอ แล้ว กดๆๆๆ เยอะเลย ส่วนมีอะไรบ้างนั้นเดี๋ยวเราจะมาพูดกันต่อในหัวข้อต่อไป (แต่ก็ยังอยู่ใน Step 1 “อยู่รอดให้ได้ก่อน”) กับเรื่อง “พื้นฐาน การวางแผนการเทรด ที่ถูกต้องครับ”

    รักเรา ชอบเรา อยากสนับสนุนพวกเรา อยากช่วยเหลือเรา สามารถสั่งซื้อ Course Online – 3 Step Trading ในรูปแบบ VDO ของพวกเราได้ในราคา 1,490 บาท นะครับ(ไม่ได้บังคับ อ่านบทความให้ครบทุกตอนก่อน)   >>รายละเอียด และขั้นตอนการสมัคร คลิก<<

    เรียนผ่าน VDO Online ดีกว่ายังไง !!

    • แม้ว่าหัวข้อที่สอน จะคล้ายกันกับบทความชุดนี้ แต่…..
    • เรานำเสนอในรูปแบบ VDO ความยาวรวมกว่า 390 นาที
    • เพื่อให้สามารถอธิบายอย่างละเอียด และ ชัดเจนขึ้น เห็นภาพ
    • พร้อมการตัวอย่างการเทรดจริง ด้วยโปรแกรม Simulator
    • ทำสอบ ทำ กลยุทธ์ต่างๆ จริง ด้วยโปรแกรม Simulator
    • สามารถเห็นภาพ และเข้าใจได้ง่ายขึ้น
    • และยังได้รับสิทธิ์การเข้ากลุ่ม Facebook
    • สอบถามปัญหา ข้อสงสัยต่างๆโดยตรงกับเหมียวบินและทีมงานได้ทันที
    • เรียนผ่าน VDO Youtube ดูซ้ำ ทบทวนได้ไม่จำกัด ตาม Link ที่เราส่งให้ทาง Email

    >>รายละเอียด และขั้นตอนการสมัคร คลิก<<
    >> รายละเอียดคอร์สอื่นๆ ของเรา คลิก<<