อีก…นิด..เดียว…น่า…..

633

เรารู้กันดีว่าในการฝึกสุนัขให้ ทำตามคำสั่ง เราจะพบว่าหากเราให้รางวัลสุนัขทุกครั้งที่มันทำตามคำสั่งของเราได้ถูกต้อง สุนัขก็จะเรียนรู้ที่จะทำตามคำสั่งเราเพื่อแลกของกินเล็กน้อยตลอกเวลา แต่ถ้าเราฝึกแบบนี้ไม่นานนัก เมื่อมันไม่ได้สิ่งที่มันต้องการ(ขนม) สุนัขก็จะเริ่มทำไม่ทำตามคำสั่งเราอีกเลย และมันจะทำก็ต่อเมื่อมันมั้นใจว่าจะได้ขนมเท่านั้น (คนเลี้ยงสุนัขจะเข้าใจ)

อย่างไรก็ตามถ้าเราลองปรับวิธีฝึกให้มัน “พิเศษ” ขึ้นมาอีกนิส. โดยการให้รางวัลแบบสุ่ม เช่น บางครั้งขอมือเราก็จะให้รางวัลเป็นลูปหัวบ้าง ขนมบ้าง ไม่ได้อะไรเลยบ้าง สลับกันไปเรื่อยๆ คุณจะพบว่า

สุนัขจะเริ่มทำตามคำสั่งอย่างสม่ำเสมอ จนกว่ามันจะได้สิ่งที่มันต้องการจนพอใจ แม้บางครั้งมันก็ไม่รู้ว่าทำไปแล้วเราจะให้อะไรหรือเปล่า

และไม่ทราบว่า… สิ่งที่ผมเล่ามานั้น มีใครรู้สึกคุ้นๆกันบ้างไหมน้อ..

ผมคิดว่ามันก็คงคล้ายกับอาการเสพติดการเทรดหุ้นของใครบางคนนั้นแหละครับ (เมื่อก่อนผมเองก็เคยเป็นเหมือนกัน) เป็นอาการของเทรดเดอร์ที่เสพติดการเทรด เป็นสิ่งที่ดึงให้เทรดเดออร์เหล่านั้น นั่งติดอยู่หน้าจอไม่ยอมลุกไปไหน เดี๋ยวเปิด Buy เดี๋ยวเปิด Sell ยิ่งเทรดยิ่งมันส์ รู้ตัวอีกทีก็เกือบจะล้างพอร์ทแล้ว

** แต่ถ้าเทรดถายใต้การควบคุมความเสี่ยงและการวางกลยุทธ์ไว้แล้วก็อีกเรื่องนะครับ บทความนี้ขอพูดถึงคนที่เสพติดการเทรดเท่านั้น

อาการแบบนี้นักจิตวิทยาจะเรียกว่า intermittent reinforcement คือ การที่สมองคนเราหลั่งสารแห่งความสุขออกมาตอนที่เรากำลังลุ้นว่าเราจะได้รางวัลหรือไม่ (กำไร) มากพอๆกับตอนที่เราได้รางวัลจริงๆ ทำให้หลายคยเสพติดความตื่นเต้น ความเสี่ยง ความหวังว่าจะได้กำไรโดยไม่รู้ตัว

และยิ่งกว่านั้น การที่เรา “เกือบ” จะได้รางวัลใหญ่ หรือเกือบจะได้กำไรก้อนโต ก็จะยิ่งไปกระตุ้นสมองให้จำลองภาพแห่งความสุขขึ้นมามากกว่าเดิม “แหม ถ้าไม่โดน SL ก่อนนะ กำไรบาน” “อีกนิดเดียวจะโดน TP ละ ครั้งหน้าตั้งตรงนี้ก็ได้กำไรแล้ว” “ถ้าเราเข้าตรงนี้ทันนะ รวยเลยนะเนี้ย”

ซึ่งความคิดเหล่านั้นมันไม่จริงเลย การเทรดเป็นเรื่องของความน่าจะเป็น กลยุทธ์ แผนการ การบริหารจัดการทุน การเทรดในครั้งแรกๆ การเกือบชนะในบางครั้ง ไม่ได้ส่งผลต่อความเป็นไปได้ของผลลัพท์ในครั้งต่อไปเลยแม้แต่นิดเดียว

เมื่อเรารู้แล้ว ก็ต้องยอมรับมัน

เมื่อเราเรียนรู้และยอมรับการทำงานของสมองเรานี้ ว่ามันไม่ต่างจากการทำงานของสมองสุนักที่มักคนไปเอง หรือกระทำสิ่งใดๆเพื่อความหวังที่จะได้รางวัล ที่ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่าด้วย ของสมองและจิตใต้สำนึกของเราเอง

เราก็จะเรียนรู้ที่จะไป Focus ให้ถูกที่ถูกทาง หันมา Focus ที่กลยุทธ์ แผนการ การบริหารจัดการทุน การจัดการความเสี่ยงแทนที่จะมานั้งลุ้นการเทรดแบบไม้ต่อไม้ ที่เราก็ไม่รู้ว่ามันจะกำไรหรือเปล่านั้นแหละครับ

“ตลาดไม่เคยทำร้ายใคร มันแค่เปิดโอกาสให้เราทำร้ายตัวเอง” 

– ใครสักคนเคยกล่าวเอาไว้ เหมียวไม่ได้คิดเอง 55+