เทรดเดอร์ ควรมีความรู้ อะไรบ้าง

6298

จากหัวข้อที่แล้วที่ได้พูดถึงเรื่องของ Type of Trader ว่าอาชีพ Trader นั้นสามารถแบ่งจำแนกออกมาได้หลายกลุ่ม หลายประเภทด้วยกันตาม ความรู้ ความเข้าใจ และรูปแบบการเทรดของแต่ละกลุ่ม

แต่ก็อย่างที่บอกไปว่า เราแยกประเภทของเทรดเดอร์ออกเป็นกลุ่มต่างๆเพื่อให้เทรดเดอร์หน้าใหม่อย่างเราๆ ได้สามารถเรียนรู้ เข้าใจศาสตร์ที่แตกต่างกัน แบบไม่งง ไม่สับสน เท่านั้นเอง

ถ้าเราลองไปศึกษาเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจริงๆเราจะพบว่า พวกเขามีความรู้ความสามารถเรียกว่าแทบจะทุกเรื่องเกี่ยวกับการเทรด แต่เรามักมองด้านที่เขาเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ หรือด้านที่เขาแสดงให้ดูเท่านั้น

ความรู้ทุกอย่างบนโลกล้วน มีข้อด้อย มีข้อได้เปรียบ ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถนำมาใช้ ได้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมแค่ไหน

Trader ที่ดีควรมีความรู้ อะไรบ้าง

1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับตัวสินค้า หรือตลาดที่เทรดเดอร์สนใจ 

ก่อนจะเทรดสินค้าอะไรก็ตามเราต้องทำความเข้าใจในสิ่งที่เราจะเทรดก่อน เช่น ถ้าเป็นตลาด Forex เราต้องรู้ว่า Forex คืออะไร ค่าเงินคืออะไร มีอะไรบ้าง ซื้อขายยังไง เงื่อนไขการวางเงิน ฯลฯ ให้เข้าใจก่อน!! ต้องสามรถคำนวณ กำไร ขาดทุน ต้นทุน ต่างๆให้เป็น

ไม่ใช่แค่เข้ามากดซื้อกดขายอย่างเดียว ซึ่งความรู้พื้นฐานเหล่านี้ มีอยู่ฟรีทั่วไปตามอิเตอร์เน็ต เพียงแต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยสนใจ ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จด้านนี้จริงๆ ก็ห้ามทิ้งพื้นฐานเด็ดขาด

2. Money Management

ที่จริงผมอยากใช้คำว่า Resource Management มากกว่าเพราะว่าในเรื่องของการบริหาจัดการที่เทรดเดอร์ต้องรู้ ต้องเข้าใจนั้นไม่ได้มีแต่เรื่องของเงินเท่านั้น แต่รวมถึง “ทรัพยากร” ทั้งหมดที่ตัวเทรดเดอร์มี

แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม 

การบริหารจัดการ ทรัพยากรต่างๆ ในชีวิตเรา ได้แก่ เวลาทำงาน ,เวลาเทรด ,เวลาครอบครัว ,เวลาเลี้ยงลูก ,เงินทุนหมุนเวียน ,เงินกินใช้ ,เงินเก็บส่วนตัว ,การใช้ชิวิต เป็นต้น

การบริหารจัดการ ทรัพยากรต่างๆ ในการเทรด ได้แก่ การคำนวน Position Size ,การวางแผนการเทรด ,การบริหารไม้ ,การบริหาร Cash Flow ,การบริหาร Buffer เป็นต้น

3. The psychology of investing

หรือ “จิตวิทยาการลงทุน” ที่ทุกคนคงเคยได้ยินกันจนชินหู และรู้ว่ามันสำคัญมากกับการเป็นเทรดเดอร์ แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจมันอย่างจริงจังเท่าไรนักเพราะมันดู ยุ่งยาก ซับซ้อน ดูเป็นเรื่องที่เหมือนจะเกินความเข้าใจของมนุษย์

จริงๆเรื่อง “จิตวิทยาการลงทุน” มันก็แค่ หลักง่ายๆในการใช้ชิวิตประติของเรานี้แหละครับ อย่าโลภมาก อบ่ากลัวเกินเหตุ การใช้ชีวิตบนความไม่ประมาท เหนื่อสิ่งอื่นใด คือการเข้าใจตัวตนของตัวเอง แล้วเอาเรื่องเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับตลาด

ความรู้ในหมวดนี้ มีเยอะแยะมากมาครับ มีคนออกมาเขียน ออกมาแชร์ให้เราได้เรียนรู้ ศึกษาเต็มไปหมด

อันไหนจริง อันไหนเท็จ อันไหนใช้ได้ ไม่ได้ เหมาะ ไม่เหมาะ เราไม่ต้องไปสนใจมากนัก ไม่ต้องคอยมานั่งจับผิดว่าคนนั้นพูดถูก คนนั้นพูดผิด หน้าที่ของเราคือ รับมาแล้ว พิจรณา ต่อด้วยตัวเองก่อนนำไปใช้ บางครั้งมันอาจจะใช้ได้ดีสำหรับคนที่สอน แต่มันอาจใช้ไม่ได้กับเรา (แค่เท่านั้น)

4. Fundamental or Macroeconomic

เป็นหัวข้อความรู้เกี่ยวกับ การวิเคราะห์ปัจจัพื้นฐาน การมองหา “มูลค่าที่แท้จริง(intrinsic value)”  เช่น

วิเคราะห์เศรษฐกิจ (Economic Analysis) วิเคราะห์เศรษฐกิจโดยเป็นการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต ทั้งเศรษฐกิจของประเทศ และเศรษฐกิจโลก นโยบายทางการเงิน การปกครอง การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และอีกมามายส่งผลยังไงกับประเทศบ้าง

วิเคราะห์อุตสาหกรรม (Industry Analysis) วิเคราะห์อุตสาหกรรมเป็นการวิเคราะห์วงจรอุตสาหกรรม โดยวิเคราะห์จากสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรม ตลอดจนอนาคตของอุตสาหกรรมว่าจะมีการเติบโตอย่างไร

วิเคราะห์บริษัท (Company Analysis) วิเคราะห์บริษัทเป็นตัวสุดท้ายในการวิเคราะห์ โดยจะเน้นวิเคราะห์ประเภทของบริษัทและประเภทของหลักทรัพย์ งบการเงิน นโยบายบริหาร เป้าหมาย แผนอนาคต และอีกมามาย

ความรู้ในหมวดนี้นำมาใช้ในการ คัดเลือก มองหา สินค้าที่มีความน่าสนใจในการเทรด หรือช่วยกรองของเสีย ของไม่ดีออกจากแผนการเทรดของเราได้ในระดับหนึ่ง บางคนใช่ในการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตระยะยาวด้วย

5. Technical Analysis (T.A.)

หรือ การวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ การศึกษารูปแบบพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคา โดยเปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของราคาปันจุบัน กับราคาในอดีต หรือเทียบกับข้อมูลต่างๆเท่าที่จะหาได้

นิยมใช้การศึกษารูปแบบพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคา ด้วยกราฟ หรือ Chart เพื่อให้ง่ายต่อการมอง ดู วิเคราะห์ เปรียบเทียบ กับข้อมูลต่างๆ โดยมีความเชื่อว่า “ราคา สะท้อน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดออกมาแล้ว”

ซึ่งหลายๆท่านก็น่าจะรู้จัก เคยได้ยิน ได้เรียนรู้กันมามากพอสมควรแล้ว

ความรู้ในหมวดนี้  หลายคนเข้าใจว่ามันคือการเอาไปทำนายตลาด หาจุดเข้าออกที่แม่นยำ ใครทำนายแม่นกว่า รวยกว่า จริงๆแล้วเราใช้ Technical เพื่อช่วยในการจับจังหวะการซื้อขาย เท่านั้น ช่วยให้การวางแผนการเทรดง่ายขึ้น เช่นเราเจอหุ้นดี สินค้ามีแนวโน้มดี Technical จะช่วยให้เราจับจังหวะการเข้าซื้อที่ไม่เสียเปรียบเท่านั้น

(ไม่มีใคร ทำนายอนาคตได้ แต่คนส่วนใหญ่กลับคิดว่า Technical คือการทำนายอนาคต )

6. Statistics 

ความรู้เกี่ยวกับการทำสถิติ ความน่าจะเป็น อัตราส่วน การวิเคราะห์สถิติต่างๆ ถือเป็นความรู้ที่จำเป็นมากๆๆๆ ของเทรดเดอณืที่คิดอยากจะทำเป็นอาชีพ ที่ต้องการจะพัฒนาตัวเองต่อไปอีกขั้นเสมอ เพราะคนเรามันจำไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอกว่าระหว่าที่เราเทรด เราทำอะไรลงไปบ้าง ได้ผลอย่างไร ดีหรือ แย่ การเก็บสถิติ และการวิเคราะหสถิติจะช่วยให้เรารู้จุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง

ประโยน์ของ Statistics ยังช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดของเราได้ด้วยเช่น การใช้ Risk Reword Ratio,การหา %win loss, ความได้เปรีบยเสียเปรียบ ก่อนตัดสินใจซื้อ เป็นต้น


ทั้ง 6 ความรู้ที่เอามาให้ดูนี้เป็นเพียงแค่ ความรู้ที่เทรดเดอร์ที่ดี ควรจะมีติดหัวไว้ เท่านั้น เพราะในโลกการเทรดที่แท้จริงนั้น เรายังจำเป้นต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ ให้ทันโลก ทันยุคสมัย มีเรื่องราวอีกมากมายที่เราต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไปในอนาคตนะครับ