ใช้ Leverage เข้าช่วย

1493

จากประเด็นที่ว่า การวางแผนการเทรดแบบเมื่อสักครู่นั้น ทุกท่านคงสังเกตุว่า ค่อนข้างที่จะต้องใช้เงินทุนสูงอยู่พอสมควร ถึงแม้ว่า จะเป็นการวางแผนการเทรดแบบที่แทบไม่มีความเสี่ยง และสามารถอยู่รอดในตลาดได้แน่นอน ตราบใดที่สินค้านั้นไม่มีวันเป็น 0 ก็ไม่มีทางล้างพอร์ท

แต่ผมก็ทราบครับว่า สำหรับเทรดเดอร์ รายย่อยอย่างเราๆ บางครั้งก็ ไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง มากถึงขนาดนั้น (แล้วเราก็ยังต้องการผลตอบแทนที่ มากกว่าด้วย 555+)

ดังนั้น คำถาม คือ แล้วเราจะสามารทำอย่างไร แก้ไขอย่างไรได้บ้าง เพื่อที่จะสามารถใช้กลยุทธ์การเทรดแบบนี้ โดยที่ความเสี่ยงไม่มาก และ ยังมั่นใจว่า ยังสามารถ อยู่รอดในตลาดได้อย่างยาวนาน

วิธีแรกที่ผมนึกออกนั้นก็คือ การยอมรับ เอาความเสี่ยงมาแบกไว้กับตัวเองเพิ่มขึ้น หรือ ก็คือการใช้ Leverage นั้นเอง แต่ต้องใช้อย่างถูกต้อง เข้าใจ และ อยู่ภายใต้ความสามารถที่เราควบคุมได้

ขั้นตอนเหมือนเดิมครับ

จาก ตัวอย่างการวางแผนการเทรด ที่แล้ว

1. มองหาตลาด และ สินค้าที่เราจะเทรด ในที่นี้ สมมุติเราเลือก คู่เงิน AUD/USD เหมือนเดิม
2. เราจะเป็นคนซื้อ หรือ จะเป็นคนขาย ราก็มองหน้า Buy เป็นหลัก เหมือนเดิม

3. ประเมิณมูลค่า ประเมิณความเสี่ยง

จากตัวอย่างเดิมนะครับ ที่เรามองว่าความเสี่ยงสูงสุดนั้นควรจะอยู่ที่ ราคาลงไปถึง 0 ทำให้มูลค่าสูงสุดของการเทรด AUD/USD ก็จะอยู่ที่ [ 750 USD ต่อการเทรด 0.01 Lot ] โดยประมาณ เป็นการวางแผนการเทรดในรูปแบบ Close System Leverage 1:1 นั้นเอง

ตรงจุดนี้เองที่ เราสามารถเอา Leverage เข้ามาช่วยได้ โดยการลงรายละเอียดเข้าไปในขั้นตอนของการประเมิณ เพิ่มขึ้นอีกนิดนึงครับ โดยที่เราอาจจะใช้ความรู้ที่เรามีในเรื่องของกราฟ และความน่าจะเป็นมาร่วมด้วย ได้

** ยกตัวอย่าง คู่เงิน AUD/USD ถ้าเราเปิดดูในกราฟ TF W หรือ M เราก็จะเห็น รูปบบการเคลื่อที่ของราคาในอดีตแทบทั้งหมด

จุดสังเกตตรงนี้ครับว่า AUD/USD เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 1.10 และลงมาต่ำสุดที่ 0.50 โดยประมาณ โดยเหตุการณ์ทั้ง 2 นั้นใช้เวลามากกว่า 10 ปี เราก็สามารถอนุมาณได้คร่าวๆว่า ค่าเงิน AUD/USD ภายในระยะเวลา 5 – 10 ปีข้างหน้านี้ ไม่มีทางลงไปถึง 0.50 ได้อีกเป็นครั้งที่สองแน่

ดังนั้น ถ้าเรามองว่า ความเสี่ยงของการเทรดคู่เงินนี้คือ ราคาไม่ลงไปเกิน 0.5 แน่นอน ไม่ต้องสำรองเงินไว้จนถึง 0 เหมือนตัวอย่างแรก

เราก็มาเข้าสูตรคำนวณเหมือนเดิมครับ

ตอนนี้ AUD/USD ราคา 0.75000 ถ้าราคาไปถึง 0.50 จะต้องใช้ระยะทางวิ่ง หรือ 2,500 Pip โดยที่ Pip Value ของ AUD/USD ต่อ 0.01 Lot = 0.1 USD

ดังนั้นการเทรด0.01 Lot จะต้องใช้เงินทุนสำรองเท่ากับ 2,500 x 0.1 = 250 USD (โดยประมาณ) เราไม่ต้องว่าเงินเต็มจำนวน 750 USD ก็ได้ แค่ 250 USD ต่อการยิงกระสุน1นัดก็เพียงพอแล้ว (ในระดับหนึ่ง)

โดยที่ความเสี่ยงที่จะล้างพอร์ท คือ คู่เงิน AUD/USD ราคาร่วงลงไปต่ำกว่า 0.5 ไม่ใช่ 0 (กรณีวางเงินเต็ม)

แต่ลองคิดดูครับว่า มีโอกาสมากแค่ไหนที่ราคาจะไปถึง 0.50 ได้

** 750/250 = 3 , ใช้เงินน้อยกว่าเดิม 3 เท่า แบบนี้เราเรียกว่าการเทรดโดยใช้ Leverage 1:3

4. ประเมิณตัวเอง และ จัดการทรัพยากร วางแผนการเงิน

จากขั้นตอนที่ 3 เราก็จะรู้แล้วว่าการ Buy 1 ครั้ง จำนวณ 0.01 Lot เราจะต้องใช้เงินทุน 250 USD ( ** เราจะเรียกว่า กระสุน 1 นัด = 250 USD)

ถ้าเราจะเทรด 10 นัด นัดละ 0.01 Lot ก็แปลว่าเราต้องมีทุนอย่างน้อย 2,500 USD นั้นเอง หรือ คิดในทางกลับกันแบบนี้ก็ได้ครับ ถ้าเรามีเงินทุน ประมาณ 4,000 USD เราจะสามารถเทรด ได้ทั้งหมดกี่นัด

** 4,000 / 250 = 16

ก็แปลว่า เราสามาถเทรดได้สูงสุดไม่เกิน 16 นัดนั้นเอง

ในส่วนนนี้เป็นการประเมิณ ตัวเราเองและทรัพยากรครับว่า เรามีทุนเยอะไหม เทรดได้เท่าไร ยิ่งมีกระสุนเยอะ ทรัพยากรเยอะ ก็จะยิ่งมีความได้เปรียบมากขึ้น

5. กำหนด กลยุทธ์ วิธีการเข้าออกที่ชัดเจน

ในขั้นตอนนี้ก็จะเป็นการนำข้อมูลทั้งหมดที่เรามี มาวางกลยุทธ์ เช่น สมมุติ เรารู้แล้วว่าทรัพยากรมีแค่พอให้เทรดได้ 10 นัด นัดละ 0.01 Lot เราจะมาวางแผน ว่าเทรดแบบไหนดี ยังไงดี ยิงทีละนัด ไปเรื่อยๆตามสัญญาณเทรด ตาม Indicator ตาม TA Pattern อะไรก็ว่าไป หรือ วางเป็นโซน แบบ Grid

จะเทรดแบบมี Stop Loss ก็ได้ หรือไม่ต้อง Stop Loss ก็ได้ ขึ้นอยู่กับ ความรู้ ความเข้าใจ ความชำนาญของเทรดเดอร์แต่ละคนอีกที ครับ ว่าจะถนัดแบบไหน จะชอบแบบไหนกัน




คำเตือน !!

1. อย่าลืม เผื่อมาร์จิ้น ด้วย

Margin คือ เงินประกันที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากเรา จำนวหนึ่งก่อน เมื่อเทียบกับมูลค่าของสัญญาที่เราเปิด ขึ้นอยู่กับ Leverage ที่เราเลือกตอนแรก ตอนที่เราเปิดบัญชี ส่วนใหญ่จะเป็น 1:500 เช่น จากตัวอย่างถ้าเรา Buy AUDUSD 0.75 จำนวณ 1.00 Lot มูลค่าแท้จริงของสัญญาที่เราเปิด จะมีค่าเท่ากับ 750,000 USD

บรกจะขอเรียกเก็บเงิน(ให้ทิ้งไว้ในบัญชี) จำนวณ 750 USD ถ้าเราเลือก Leverage 1:1 เป็นค่า Margin

ดังนั้น ถ้าเราเลือก Leverage 1:500 Margin ที่โบรกเรียกเก็บเมื่อเราเปิดสัญญา Buy AUDUSD 0.75 จำนวณ 0.01 Lot ก็คือ (750 / 500 = 1.5 USD นั้นเอง)

แปลว่า ในทุกการคำนวณ เราต้องเพิ่ม เผื่อเงินสำหรับส่วนนี้ด้วยอีก 1.5 USD ในทุกไม้ (จากตัวอย่าง 0.01 Lot ใช้ทุน 250 USD ก็ต้องเพิ่ม Margin ด้วย รวมเป็น 251.5 USD) ซึ่งจริงๆ ตรงส่วนนี้ ไม่ได้เยอะ หรือไม่ได้ส่งผลอะไรกับการเทรดมากนักในกรณีที่เราวางแผนการเทรดแบบนี้ครับ แต่สำหรับคนที่ Over trade อาจต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

2. อย่าวางแคบจนเกินไป ถ้ายังไม่โปร (ถึงโปรแล้วก็ไม่ควรทำ)

บางคนบอกว่า โห้……. มันก็ยังเยอะไป ผมวางเงินถึงแค่ 0.7000 หรือ 0.6500 ก็พอ คู่นี้ไม่มีทางลงมาก ลงเยอะไปกว่านี้หรอก หรือบางคนบอกว่า ยังไงผมก็เทรดไม่ติดไม้เยอะขนาดนั้นหรอก ผมแม่น ผมเทพ

คือจริงๆก็สามารถที่จะทำได้นะครับ ถ้าคุณมั่นใจในการวางแผน หรือการอ่านทิศทางตลาด การดูกราฟ อะไรก็ว่าไป สามารถทำได้เลย ก็จะถือ เป็นการประหยัดต้นทุนในการเทรด และ อย่างน้อยเราก็รู้ว่า จุดไหนคือจุดอันตราย ของเราให้เฝ้าระวัง ดีกว่าล้างพอร์ทแบบ งง

แต่ ในอีกมุมหนึ่งนั้นก็คือ คุณ เลือกที่จะยอมรับความเสี่ยง ที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเทรดเดอร์คนอื่นๆ ด้วยตัวเองนะครับ 1:3 เสี่ยงมากขึ้น 3 เท่า 1:10 เสี่ยงมากขึ้น 10 เท่า และ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ยกตัวอย่างเช่น

บางครั้ง ค่าเงิน ก็สามารถ ขึ้นลงแบบลากยาวทีเดียว 30,000 – 40,000 จุด (3,000-4,000 pips) ภายในไม่กี่เดือนก็มี และไม่ใช่ว่านานๆเกิดทีด้วยนะ

ดังนั้น ถ้าท่านเป็นมือใหม่และยังไม่มั้นใจในความสามารถ แนะนำว่าอย่าใช้ Leverage เยอะ ยิ่งเผื่อเงินไว้เยอะ ยิ่งดี เผื่อเงินถึง 0 ไม่ต้องใช้ Leverage เลยยิ่งดีนะครับ

แต่ ถ้ายังดูว่า ทุนเยอะไปอีก อย่าลืมว่า เดี๋ยวนี้มับัญชี Micro ,Cents ให้บริการอยู่มากมาย 0.01 Lot 10 นัด 2,500 USD ประมาณ 80,000 บาท ถ้าเป็นบัญชี Micro ,Cents ก็อยู่แค่ 25 USD หรือ 800 บาทเท่านั้นเอง

Ex : forex4you.com/ *** ตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้แนะนำให้ใช้ เทรดเดอร์ควรศึกษาการเลือกโบรกเกอร์ด้วยตัวเอง

** การใช้ Leverage แบบนี้ (เรียกว่า Close System จีนแดง) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ยิ่งเราใช้ Leverage มาก เผื่อระยะลาก เผื่อต้นทุนน้อย ก็ยิ่งมีโอกาสขาดทุน ล้างพอร์ทมากขึ้นตามไปด้วย

มือใหม่ ควรเผื่อระยะลากให้มากไว้ก่อน 4,000 – 5,000 Pip เป็นอย่างน้อย (ขึ้นอยู่กับคู่เงินด้วย) หรือถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรใช้ Leverage เลย!! เก่งแล้ว มีประสบการณ์แล้ว ชำนาญแล้ว ประสบการณ์จะเป็นตัวบอกคุณเองว่าควรเสี่ยงมากแค่ไหน