5 หนทาง ที่คนเก่งมักใช้ “ทำลายตัวเอง”

3784

เคยมั้ยครับ?? เวลาที่เรามองกลับไปในอดีต เจอเพื่อนเก่าๆ คุยกันเรื่องเก่าๆ เปรียบเทียบกับปัจจุบัน บางครั้งเราเคยสงสัยมั้ยครับว่า เพื่อนบางคนที่ตอนเด็กๆไม่เอาไหน ที่เราแอบนินทากันในกลุ่มเพื่อนฝูงกว่ามันไม่รอดแน่ๆ แต่มันกลับสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้

ส่วนเพื่อนบางคนคนที่เรียนเก่งๆ หรือเก่งในด้านอื่นๆมากๆ ฉลาดมากๆ  กลับกลายเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเอาเสียเลย ไม่ได้หมายถึงความสำเร็จทางหน้าที่การงานเพียงอย่างเดียวนะ แต่รวมถึงพวกความสำเร็จในด้านของการใช้ชีวิตด้วย

เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหน้าแปลก น่าประหลาดใจ จนผมได้ไปเจอกับบทความหนึ่งที่เขาเขียนอธิบายเหตุผล(ในแง่มุมหนึ่ง)ว่าทำไมคนที่เก่ง คนที่ฉลาดมากๆ มักจะไม่ประสบความสำเร็จ  

บทความนี้มีชื่อว่า 5 Ways Smart People Sabotage Their Success “ หรือ 5 หนทาง ที่คนเก่งมักใช้ “ทำลายตัวเอง” เขาให้เหตุผลไว้ 5 ข้อตามนี้ครับ

1. Smart people sometimes devalue other skills, like relationship building, and over-concentrate on intellect

บางครั้งคนเก่ง (Smart people) เลือกที่จะละเลยการเรียนรู้ทักษะทางด้านอื่นๆที่เขาไม่สนใจ เช่น ทักษะการเข้าสังคม การทำงานเป็นทีม หรือพวกงานเล็กๆน้อย ที่พวกเขาคิดว่ามันไม่น่าจะมีประโยชน์

อารมณ์เหมือนแบบ “ก็เราเก่ง จะกลัวอะไร ไม่มีใครกล้าไล่เราออก”  “ถ้าเราออกไปสักคน บริษัทต้องอยู่ไม่ได้” หรือแนวแบบ “ที่ไหนเขาก็อยากได้เรา เราเก่ง” ก็เลยเป็นที่มาของปัญหานั้นเอง

Solotion : ให้ตระหนักไว้เสมอว่า จริง ที่ Skill ความสามารถ ความเก่งของเรา ที่เรามีนั้นมันสำคัญ แต่ skill ด้านอื่นๆ ที่เราไม่เก่ง ก็สำคัญไม่แพ้กัน เราเก่ง เราฉลาด เราก็ใช้ความเก่งของเราไปเรียนรู้สิ่งอื่นๆบ้าง

2. Teamwork can be frustrating for very smart people.

คนเก่ง (Smart people) มักจะคิดว่าเรื่องการทำงานเป็นทีม เป็นเรื่องน่าเบื่อน่ารำคาญ เพราะคนเก่งมักจะรู้สึกว่า จ่ายงานไป ให้งานคนอื่นไปทำ ก็ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่อยากได้ ก็ทำได้ไม่ดีเท่ากับทำเอง ช้ากว่า ง่อยกว่า งั้นทำเองดีกว่า

Solotion : จำคำนี้เอาไว้ “ถ้าอยากไปให้เร็ว ก็ไปคนเดียว แต่ถ้าอยากไปให้ไกล ต้องไปเป็นทีม”

3. Smart people often attach a lot of their self-esteem to being smart, which can decrease their resilience and lead to avoidance.

คนที่ฉลาดมากๆ หรือเก่งมากๆ บางครั้งเขาจะเก่งมากจน ไม่ยอมรับความคิดเห็นจากคนอื่นที่ด้อยกว่าเขาเลย บ่อยครั้งคนเก่งมักจะปฎิเสธที่จะรับฟังความคิดเห็นอขงคนอื่นไปหมด “เราถูกอยู่คนเดียว”

ก็อาจก่อให้เกิดความบาดหมาง ความขุ้นเคืองใจระหว่างคนที่ต้องทำงานด้วยกันได้ง่าย และคนเก่งที่เป็นแบบนี้ มักจะเจอแต่พวกประจบสอพลอเป็นประจำ

Solotion : คือใช่ เราเก่งที่สุด แต่เราก็ควรรับฟังความคิดเห็นคนอื่นด้วย แม้ว่าบางความคิดเห็นมันจะไม่ได้เรื่องก็จริง แต่เราก็เอามาไว้ใช้เป็นไอเดียได้ อาจไม่ใช่งานนี้ อาจเป็นงานในอนาคต และการรับฟังความคิดเห็นคนอื่น บางทีก็ช่วยบอกนิสัยของคนคนนั้น ได้ดีเหมือนกัน  

4. Smart people get bored easily.

คนเก่ง ส่วนใหญ่เป็นโรคเบื่อง่าย โดยเฉพาะเรื่องที่พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจ (ส่วนเรื่องที่สนใจก็มักจะทุ่มเทจนไม่ลืมหูลืมตา)

แต่เรื่องน่าเบื่อส่วนใหญ่นี้ละที่เป็นเรื่องสำคัญในการตัดสินอนาคตชีวิตของคนคนหนึ่ง เช่น เรื่องการทำบัญชี เรื่องพรีเซนต์งาน เรื่องจุกจิกทั้งหลาย บางทีก็เป็นเรื่องสำคัญ

Solotion : ลองเปลี่ยนจากการนั้งแช่ ทำสิ่งที่น่าเบื่อทั้งวัน เป็นทำวันละนิด วันละหน่อย แต่ทำบ่อยๆและสม่ำเสมอแทน

5. Smart people sometimes see in-depth thinking and reflection as the solution to every problem.

บ่อยครั้งที่ คนเก่ง มักเลือกวิธีแก้ปัญหาแบบเก่งๆ แบบยากๆ (บางทีก็ประหลาดเลยนะ) เพราะเขามักองเห็นในมุมมองแบบแง่เดียว แง่ที่เป็นอัฉริยภาพของเขา แม้ว่าบางทีการแก้ปัญหานั้นสามารถทำได้ง่ายแสนง่าย แต่มันก็มักจัออกมาในรูปแบบที่อลังการงานสร้างเสมอ

เช่น (อันนี้ผมก็เคย) การเปรียบเทียบขนาดปริมาตราของสิ่งของสองสิ่ง ที่มีรูปร่างต่างกัน วิธีการที่คิดตอนนั้นคือ เอาโยลงไปในถีงน้ำที่มีน้ำเท่ากัน แล้วชั่งน้ำหนักน้ำที่ไหลออกมาว่าอันไหนหนักกว่ากัน ทั้งที่ มันมีเขียนบอกปริมาตรอยู่ในคู่มือ 555+

Solotion : เปิดใจให้กว่าง ลองคิดหลายๆด้านอย่ามองว่าตัวเองดีที่สุด เก่วที่สุด การเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู่อื่นก็ช่วยได้มาก

มุมมองส่วนตัว

ส่วนตัวผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเรียนรู้ และยอมรับไว้นะครับ ว่าเราไม่ได้เก่งขนาดนั้น หมายถึงว่า แม้ว่าเราจะรู้สึกว่าเราเก่ง หรือฉลาดกว่าคนอื่นจริงๆ เราก็ไม่ควรปิดกั้นตัวเองด้วย “กำแพงกระจก” ที่มองเห็นแต่ Ego ของตัวเองตลอดเวลา

เปิดรับความรู้ใหม่ๆ มุมมองหลายๆด้าน เรียนรู้ที่จะยอมรับว่า คนเก่งกว่าเรามีอีกเยอะที่เขาไม่แสดงออก และที่สำคัญคือเราไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่อง ทุกด้าน เราไม่ได้ทำเองได้ทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นเราก็จะกลายเป็นคนที่เห็นแต่ Ego ตัวเองตลอดเวลานั้นแหละครับ

สรุปตามความเข้าใจ
ที่มา : https://goo.gl/YBG2px , https://goo.gl/zpZcVn, Mission To The Moon