Boots up Profit – Strategy

6455

เป้าหมายของ กลยุทธ์ ในกลุ่มนี้ จะมุ่งเน้นไปที่ การแก้ไขกระสุนที่เราอาจจะยิงผิดพลาดจนทำให้เกิด DD ที่มากเกินไป ให้กลับมาเป็น บวก เท่าทุนในระยะเวลาหนึ่ง และ การสร้างผลกำไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เยอะขึ้น ในเวลาสั้นๆ (เวลาที่เราคิดถูก หรือ ระบบ กำลังทำงานได้ดี) แนวความคิดการเทรดแบบ Snowball โดยแลกกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง (แต่ควบคุมได้)

อย่างที่เราคุยกันไปในช่วงแรกนะครับว่า กลยุทธ์ในกลุ่มที่ 2 นี้จะเน้นไปที่เรื่องของการสร้างผลกำไรที่มากขึ้น โดยแลกกับทรัพยากร หรือ แลกกับการเพิ่มความเสี่ยงในการเทรดขึ้น กลยุทธ์ในกลุ่มนี้จึงไม่ค่อยนิยมนำมาเป็นกลยุทธ์หลักในการเทรด ส่วนมากมักนำมาเสริม เพิ่มเติม ในบางโอกาสเท่านั้น

ปล. เรื่อง “ชื่อ” ของกลยุทธ์ ต่างๆ อย่าไปใส่ใจมากนัก ให้เน้นไปที่ แนวคิด ความรู้ ความเข้าใจ วิธีใช้งาน เพราะว่า บางชื่อ ผมก็คิดขึ้นมาเอง (จำไม่ได้ว่าตอนเรียนมามันชื่ออะไร) บางชื่อ เนื่อหาเดียวกัน วิธีเดียวกัน ไปอยู่คนละประเทศ คนละบอร์ด ก็ใช้คนละชื่อ

กลยุทธ์ – Martingale

ถ้าเคยเทรดมาแล้ว ต้องรู้จัก และรู้ความร้ายกาจของมันมาไม่มากก็น้อย เพราะมันทำให้ เทรดเดอร์หมดตัว ล้างพอร์ทกันมานักต่อนักแล้ว นั้นก็คือการเพิ่มขนาดการเทรด ขึ้นไป 2 เท่า ทุกครั้งเมื่อผิดทาง

แนวคิดการใช้งาน

    • เข้าเทรดตามสัญญาณ หรือ ระบบที่เราใช้ (อะไรก็ได้)
    • ถ้ากระสุนนัดแรกผิดทาง เมื่อมีสัญญาณเทรด ครั้งต่อไป ให้เพิ่มขนาดของกระสุนเป็น 2 เท่าจากกระสุดนัดล่าสุดที่ยิง (ปรกติ จะเข้าใจว่า ลงมา แล้วถัว เพิ่มขนาด )
    • เช่น นัดแรก 0.01 Lot นัดสอง 0.02 Lot นัดสาม 0.04 Lot เป็นต้น (ยิงสองนัดซ้อน 4 นัดซ้อน ก็ได้)
    • เมื่อนัดล่าสุดได้กำไรจน Cover นัดก่อนหน้าได้ ให้ปิด Order ทั้งหมดทันที

ข้อดี

    • ถ้า จังหวะเทรด ระบบ TA เราแม่นจริง จะกำไรเยอะ (ถ้า….นะ)
    • ถ้าถูกทาง จะสามารถ Cover ผลการขาดทุนจากนัดก่อนหน้าได้ไวมาก

ข้อเสีย

    • ทรัพยากร กระสุนที่เรามี จะหมดไวมาก
    • เช่น #1-0.01 #2-0.02 #3-0.04 #4-0.08 แค่ 4 ครั้ง ก็หมดไป 15 นัด แล้ว
    • DD จะสูงมาก เมื่อผิดทาง
    • ถ้าเทรดเกิน กระสุนที่มี ก็ล้างพอร์ท

กลยุทธ์ – Zone Recovery

หลักการก็จะคล้ายๆกับการทำ Martingale คือเน้นไปที่การแก้ไม้ เพื่อให้ได้กำไรมา Cover Loss ให้เร็วที่สุดด้วยการเพิ่มขนาดของการเทรดจากกระสุดนัดล่าสุด 2 เท่าแต่จะต่างกันที่ ใช้วิธีเปิดสัญญาเทรด ฝั่งตรงข้ามกับ กระสุนที่ยิงไปนัดก่อนหน้า โดยยึดหลักแนวคิดว่า “ราคาไม่มีทางอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ ไม่ขึ้น ก็ลง เดี๋ยวมัยต้องเลือกทาง แต่ตอนไหนไม่รู้”

แนวคิดการใช้งาน

    • ยิงนัดแรก Mark จุด SL ไว้
    • ชนจุด SL ให้ ยิงฝั่งตรงข้ามด้วยขนาด 2 เท่า จากนัดก่อนหน้า
    • กลับขึ้นไปที่เดิม ก็ยิงเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าจากนัดล่าสุด
    • ทำวนซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าราคาจะเลือกทาง
    • ไม่ต้องเทรดเป็น Zone แบบดั้งเดิมก็ได้ ใช้วิธีเข้าออกตามสัญญาณเทรดก็ได้
    • Buy เมื่อมีสัญญาณ Buy จากระบบ
    • Recovery (Sell x 2) เมื่อมีสัญญาณ Sell จากระบบ

ข้อดี

    • สามารถ Cover ผลการขาดทุนจากนัดก่อนหน้าได้ไวมาก

ข้อเสีย

    • แพ้ Side Way
    • ทรัพยากร กระสุนที่เรามี จะหมดไวมาก
    • ยิ่งแก้ ปัญหายิ่งบานปลาย Break Even ก็จะยิ่งไกลมากขึ้น ต้องใช้ระยะทางมากขึ้นในการ Cover Loss

ตรงนี้ไปเร็วหน่อยนะครับ เนื่องจากว่า เป็นกลยุทธ์ที่ผมแทบไม่เคยได้ใช้ ไม่คิดจะใช้ และไม่แนะนำให้ใช้ด้วย เอามาเล่าให้ทุกท่านฟังเพื่อเป็นแนวทาง ความรู้ ความเข้าใจ ว่าแบบนี้ก็มีด้วย ?? ว่าจริงๆเขาใช้กันยังไง ต่างกับที่เคยเข้าใจอย่างไรบ้าง

ส่วนตัวผมมองว่ามัน “ได้ไม่คุ้มเสีย” แม้ว่าจะช่วยให้ Cover ผลการขาดทุนกลับมาได้เร็วก็จริงแต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้มหาศาล ทรัพยากร กระสุนที่เรามีจะหมดไปอย่างรวดเร็ว และเอาจริงๆ วิธีพวกนี้ ในระยะสั้น มันเป็นวิธีการที่ดี แต่ในระยะยาวมีแต่จะสร้างปัญหาให้เรามากกว่า (ในกรณี ที่เราใช้งานไม่เป็น ไม่คล่อง ต้องมีการฝึกอย่างชำนาญเสียก่อน ทั้งเทคนิคและ Mind Set ถูกต้อง มือใหม่ไม่ควรใช้) อีกทั้งยังมีกลยุทธ์อื่นอีกมาก ที่มีความได้เปรียบให้เราเลือกใช้

กลยุทธ์ – Hedge , Insurance , Fake Option,Squares

และก็ยังมีอีกหลายๆชื่อแล้วแต่จะเรียกขาน กันไป ส่วนตัวผมจะเรียกวิธีนี้ว่า “ดึงหญ้าเล่น” เหมือนตอนเด็กที่เราโดนบังคับนั่งฟังอะไรไม่รู้หลางสนามหญ้า เราก็จะไม่มีอะไรทำนอกจากดึงหญ้าเล่น ซึ่งเดี๋ยวผมจะมาอธิบายอีกทีครับ

แนวคิดของวกลยุทธ์นี้คือ “การชดเชย การเสียโอกาส” โดยกลยุทธ์นี้จะไม่ได้หวังเอาคืนเร็ว ไว เยอะ แบบ Martingale หรือ Recovery แต่ปล่อยมันไปตามระบบ หยุดรอ เพื่อหาจังหวะยิงกระสุนนัดต่อไปเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหาอะไรทำระหว่างรอ

แนวคิดการใช้งาน

    • ถ้าติดกระสุนนัดแรก ติด ผิดทาง
    • ถ้าเราเห็นชัดๆว่าแนวโน้มเป็นขาลงก็ให้เรา Sell ตามทันที ในอัตราส่วนที่เท่ากัน
    • ออกเมื่อกำไรจนพอใจ หรือ เมื่อเราพร้อมจะยิงนัดต่อไป
    • ไม่คาดหวัง กับกำไร ของกระสุน Hedge

ข้อดี

    • สร้าง CF ชดเชยในจังหวะที่รอได้ดี
    • ช่วยได้เยอะเมื่อเราเทรด หน้าหลัก Swap ติดลบ
    • ช่วยลด DD ได้ระดับหนึ่ง

ข้อเสีย

    • ถ้า เราไม่แม่น Squares Trade แล้วราคาขึ้นต่อ จะเทรดลำบากขึ้น ถึงลำบากมาก
    • เสียทั้งค่า Swap ,Spread ,Comm
    • อาจมีอาการเครียด และสับสน ไม่เหมาะกับมื่อใหม่
    • ( *** Hedge 1:1 แบบนี้เรียกว่า Squares Trade)

กลยุทธ์ – Hedge , Insurance , Fake Option # 2

เป็นวิธีที่ผมใช้บ่อยๆ ประยุกต์มาจากจุดอ่อนของการ Hedge ด้วยอัตราส่วน 1:1 ที่ทำให้เสียเปรียบ ถ้าราคาขึ้นต่อโดยการเทรด Hedge ด้วยอัตราส่วนที่น้อยลง เพราะหัวใจของกลยุทธ์นี้ คือ ไม่คาดหวังกำไรจากกระสุน Hedge เพียงต้องการ CF ออกมาชดเชย DD หรือ ฆ่าเวลาที่เรารอเทรดเท่านั้น

แนวคิดการใช้งาน

    • ถ้าติดกระสุนนัดแรก ติด ผิดทาง
    • ถ้าเราเห็นชัดๆว่าแนวโน้มเป็นขาลงก็ให้เรา Sell ตามทันที ในอัตราส่วนที่ “น้อยกว่า กระสุนหลัก”
    • ประมาณ 10 – 30 % ไม่ควรเกิน 50%
    • ออกเมื่อกำไรจนพอใจ หรือ เมื่อเราพร้อมจะยิงนัดต่อไป
    • ไม่คาดหวัง กับกำไร ของกระสุน Hedge
    • ลงก็ได้ CF เอาไว้ชดเชย DD
    • ขึ้นก็ทำตามระบบ แค่กำไรน้อยลง (จ่ายค่าเสียหาย)

ข้อดี

    • สร้าง CF ชดเชยในจังหวะที่รอได้ดี
    • ช่วยได้เยอะเมื่อเราเทรด หน้าหลัก Swap ติดลบ
    • ช่วยลด DD ได้ระดับหนึ่ง
    • เปรียบเที่ยวกับการทำ Squares Trade ในกรณีที่ตลาดไปต่อ จะเสียหายน้อยกว่า

ข้อเสีย

    • ถ้าตลาดไปต่อจริง ก็เท่ากับได้กำไรน้อยลง เพราะขาดทุนกระสุนนัด Sell ด้วย
    • ถ้าตลาดไปต่อจริง CF รวมที่ได้น้อยกว่า เทรดแบบปรกติ

กลยุทธ์ – Scale In #1

เป็นกลยุทธ์ที่เน้นไปในเรื่องของการสร้างกำไรที่มากขึ้น ภายใต้การควบคุมความเสี่ยงให้(เสมือน)เท่าเดิมตลอดเวลา

แนวคิดการใช้งาน

    • ยิงไปแล้ว 1 นัด ถูกทาง (จนทำ TSL ได้)
    • ให้ถือว่านัดนั้นได้กำไรแล้ว
    • กระสุดนัดถัดไป นับเป็นนัดที่ 1 แทน
    • ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ
    • ใช้กับนัดที่ 2,3,4 ก็ได้
    • นัดไหนมีกำไรแล้ว(จนทำ TSL ได้) นำกระสุนนัดนั้นมาใช้งานได้ (# Trailing Stop Loss = TSL)

ข้อดี

    • เพิ่มกำไร (ถ้าถูกทางตลอด กำไรเพิ่มมหาศาล)
    • นำกระสุนกลับมาใช้งานได้ไว ไม่ต้องรอปิด

ข้อเสีย

    • ความเสี่ยง(เสมือน) เท่าเดิมตลอดเวลา แปลว่าเพิ่มขึ้น
    • บ้างครั้งที่ราคา กระโดดลง จากเสาร์ อาทิตย์
    • หรือราคาถูกกระชากด้วยข่าวแรงๆ
    • TSL ก็เอาไม่อยู่ กลายเป็น ติดเพิ่ม ที่ราคาสูงกว่าเดิม
    • ไม่ได้ปรับ RP
    • ถึงแม้ว่า จะ TSL ก็ตามแต่กลายเป็นว่า เราติดที่ราคาสูงขึ้น
    • DD ก็จะตามมา

กลยุทธ์ – Scale In # 2 ( Pyramid Trade )

เป็นกลยุทธ์ที่เน้นไปในเรื่องของการสร้างกำไรที่มากขึ้น ภายใต้การควบคุมความเสี่ยงให้(เสมือน)เท่าเดิมตลอดเวลา

แนวคิดการใช้งาน

    • ยิงไปแล้ว 1 นัด ถูกทาง (จนทำ TSL ได้)
    • ให้ถือว่านัดนั้นได้กำไรแล้ว
    • กระสุดนัดถัดไป ให้ยิงเพิ่มในอัตราส่วนที่น้อยลง 20-30%
    • (นัดแรก ต้องใหญ่พอประมาณ)
    • ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ
    • ใช้กับนัดที่ 2,3,4 ก็ได้
    • นัดไหนมีกำไรแล้ว(จนทำ TSL ได้) ก็ยิงเพิ่มได้

ข้อดี

    • เพิ่มกำไร (ถ้าถูกทางตลอด กำไรเพิ่มมหาศาล)
    • ความเสี่ยงต่ำกว่าแบบแรก
    • เพราะถ้าโดน TSL จริง เราก็จะติดน้อยลง DD น้อยลงกว่าการเข้าเต็มจำนวน

ข้อเสีย

    • ความเสี่ยง(เสมือน) เท่าเดิมตลอดเวลา แปลว่าเพิ่มขึ้น
    • บางครั้งที่ราคา กระโดดลง จากเสาร์ อาทิตย์
    • หรือราคาถูกกระชากด้วยข่าวแรงๆ
    • TSL ก็เอาไม่อยู่ กลายเป็น ติดเพิ่ม ที่ราคาสูงกว่าเดิม
    • ไม่ได้ปรับ RP
** อ่านเพิ่มเติมเรื่อง scale in ได้ที่  >>  http://www.meawbininvestor.com/scale-in-and-pyramid-trade/

กลยุทธ์ – Scale out

เป็นกลยุทธ์เสริม เพิ่มประสิทธืภาพให้กับการเทรดหลักของเรา หรือกลยุทธ์ที่เราใช้อยู่เดิมแล้วสามารถทำได้ง่าย และ เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ (ถ้าใช้เป็นนะ 555+) เพราะบางครั้งอาจทำให้กำไร กลายเป็นขาดทุนก็มีเหมือนกัน

กลยุทธ์ “Scale Out” ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ก็แค่การทยอยขาย หรือ ปิดสัญญาบางส่วนของเราออกไปก่อน สามารถทำได้ทั้งตอนที่เราถูกทาง มีกำไรแล้ว และตอนที่ผิดทางขาดทุนอยู่

หัวใจหลัก คือ การทยอยขาย ล๊อกกำไร คลายความเครียดในการเทรด

แนวคิดการใช้งาน

    • ราคาเคลื่อนที่ออกจากจุดที่เข้าแล้วระยะหนึ่ง
    • ขนาดสัญญาที่เราเทรดเริ่มต้น ต้องใหญ่ พอ (ถ้าเทรด 0.01 Lot แล้วจะ Scale Out ยังไง )
    • ต้องมีการกำหนดจุด TP หรือ Trailing Stop ที่แน่นอนไว้แล้ว ตั่งแต่ก่อนเริ่มเทรด

ข้อดี

    • ถ้าเราคาขึ้นไปแล้วอยู่ดีดี โดนทุบแรงหล่นมา ก็จะทำให้ช่วยลดความเสียหายได้ เพราะเรามีการ Scale Out เก็บกำไรมาได้จำนวนหนึ่งแล้ว
    • คลายความกังวลขณะเทรด หรือ ถือสัญญาเทรดนานๆ
    • ดึง Cf ออกมาใช้จ่ายได้เรื่อยๆ
    • ในกรณีที่เรา Scale Out ออกไปบ้างแล้ว ราคากลับมาที่จุดเดิมหรือต่ำกว่าจุดที่เรา Scale Out เราสามารถเปิดสัญญาเทรดเพิ่มเพื่อชดเชยของเดิมได้ แต่ต้องมั้นใจจริงๆว่าราคาจะไปถึง TP
    • ความเสี่ยงน้อยลง

ข้อเสีย

    • กำไรที่ได้จะน้อยลงในกรณีที่ราคาวิ่งไปถึงเป้าที่เรากำหนดไว้ TP
    • คนส่วนมากรับไม่ได้ ตรงจุดนี้ เลยไม่ค่อยมีใครชอบทำ “ขาดทุนได้ แต่กำไรน้อย ไม่ยอม” 555+

**อ่านเพิ่มเติมเรื่อง scale out ได้ที่ >>  http://www.meawbininvestor.com/scale-out-strategy/

## จุดสังเกตุ สรุป

    • ต่อให้เราวางแผนเทรดหน้า Buy เป็นหลัก ก็ไม่ได้แปลว่า Sell ไม่ได้ ประเด็นคือ เราต้องรู้ว่าทำอะไร ยังไง เราได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ แล้วจึงทำ เช่น กรณีที่เราวางแผน Buy เป็นหลัก ถ้าเรา Buy 3 Sell 1 แบบนี้ ความเสี่ยงเราคุมอยู่ แต่ถ้าเรา Sell 3 Buy 1 แบบนี้ เราเสียเปรียบไม่ควรทำ
    • ไม่ใช่ว่าห้าม SL ห้ามปิดขาดทุน แต่ ต้องถามว่า SL ทำไม ปิดขาดทุนทำไม ปิดแล้วได้เปรียบมากขึ้นก็ทำได้ ปิดแล้วจะเสียเปรียบก็ไม่ต้องทำ เพราะเรารู้อยู่ว่า เดี๋ยวมันต้องกลับมาที่เดิมให้เราปิด (infinite game + Forex)
    • หัวใจของการวางกลยุทธ์ คือ คิด ก่อนลงมือทำ
    • เราจะวางแผนยังไงก็ได้ เทรดแบบไหนก็ได้ สำคัญคือเราต้องรู้ว่า เราทำอะไรอยู่ เพื่ออะไร ได้ประโยชน์ เสียประโยชน์อย่างไร ถ้าราคาขึ้น เราได้อะไรเสียอะไร ถ้าราคาลง เราได้อะไรเสียอะไร
    • ไม่ใช่แพ้แบบ งงๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
    • เหนือสิ่งอื่นใด ผมจะย้ำกับตัวเองเสมอว่า “เราเทรดเพื่ออะไร” เพื่อสร้างรายได้ เพื่อสร้างกระแสเงินสด ไม่ใช่เล่นพนัน โลภ หวังเงินเยอะ
    • มองการเทรดให้เหมือนธุรกิจ กิจการ ให้สามารถจับต้องได้จริงๆ แล้วเราจะรู้ว่าควรทำอะไรบ้าง
    • ตั้งเป้า วางแผน จัดการเงิน ลงมือเทรด ปรับปรุง ค่อยๆโต ค่อยๆเรียนรู้กับธุรกิจของเราไป เก็บประสบการณ์ทีละเล็ก ทีละน้อย ค่อยเป็นค่อยไป จนกว่าเราจะกลายเป็นบริษัทชั้นนำ
    • มองย้อนดูคนสำเร็จทั่วโลก ไม่มีใคร รวยแบบข้ามคืน ทุกคน ทุกท่านล้วนใช้เวลา ความพยายาม อย่างหนัก และยาวนานกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
    • และที่ยากยิ่งกว่า คือทำมันให้ได้ ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ
    • สู้ๆครับ

ก็ประมาณนี้นะครับ กับเรื่องราวเกี่ยวกับ กลยุทธ์ ต่างๆ ซึ่ง เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เล็กๆ ที่ผมใช้ และ ผมคิดว่ามันง่ายต่อการทำความเข้าใจ พื้นฐาน กลยุทธ์อื่นๆ ที่น่าสนใจผมจะพยายาม Update ให้เรื่อยๆทางเพจ และ เว็ปไซน์ ก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ

** ย้ำกันอีกครั้งว่า กลยุทธ์ ข้อมูลเนื้อหา บทความทั้งหมดต่อไปนี้เป็นแค่การสรุปองค์ความรู้ + เพิ่มเติมตามความเข้าใจของตัวผมเอง จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ (ไม่ได้คิดเอง) เป็นแค่หนึ่งในแนวทางการเทรด และผ่านการลองทำมาบ้างในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ผิด ถูก ปรับปรุงตรงไหน ก็สามารถแนะนำกันเข้ามาได้นะครับ

———————————

รักเรา ชอบเรา อยากสนับสนุนพวกเรา อยากช่วยเหลือเรา สามารถสั่งซื้อ Course Online – 3 Step Trading ในรูปแบบ VDO ของพวกเราได้ในราคา 1,490 บาท นะครับ(ไม่ได้บังคับ อ่านบทความให้ครบทุกตอนก่อน)   >>รายละเอียด และขั้นตอนการสมัคร คลิก<<

เรียนผ่าน VDO Online ดีกว่ายังไง !!

  • แม้ว่าหัวข้อที่สอน จะคล้ายกันกับบทความชุดนี้ แต่…..
  • เรานำเสนอในรูปแบบ VDO ความยาวรวมกว่า 390 นาที
  • เพื่อให้สามารถอธิบายอย่างละเอียด และ ชัดเจนขึ้น เห็นภาพ
  • พร้อมการตัวอย่างการเทรดจริง ด้วยโปรแกรม Simulator
  • ทำสอบ ทำ กลยุทธ์ต่างๆ จริง ด้วยโปรแกรม Simulator
  • สามารถเห็นภาพ และเข้าใจได้ง่ายขึ้น
  • และยังได้รับสิทธิ์การเข้ากลุ่ม Facebook
  • สอบถามปัญหา ข้อสงสัยต่างๆโดยตรงกับเหมียวบินและทีมงานได้ทันที
  • เรียนผ่าน VDO Youtube ดูซ้ำ ทบทวนได้ไม่จำกัด ตาม Link ที่เราส่งให้ทาง Email

>>รายละเอียด และขั้นตอนการสมัคร คลิก<<
>> รายละเอียดคอร์สอื่นๆ ของเรา คลิก<<