Building an Equity Millipede Part 2 : What is position trading?

383

ถ้าให้ผมสรุปคร่าวๆเกี่ยวกับการเทรดในรูปแบบ Building an Equity Millipede ของคุณ pipEASY เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คงจะเป็นนิยามของคำว่า “Position Trading” ที่หลายท่ายเคยศึกษากันมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉะาะตัวในรูปแบบของคุณ pipEASY นั้นเอง

Building an Equity Millipede เป็นการเทรดแบบถือ position เป็นระยะเวลานาน โดยการมองภาพรวมภาพใหญ่จาก Time frame month หรือ week  (pipEASY ใช้เวลาถือราว 1-3 ปีเป็นอย่างน้อยเลยทีเดียว)

นอกจากนี้เมื่อถูกทางแล้วจะทำการ stack หรือสะสม position ไปเรื่อยๆ ทำให้ได้กำไรมากขึ้นเมื่อเราถูกเทรน
ซึ่งเขาเรียก Position ที่สะสมไว้ว่า Leg หรือ ขาของกิ้งกือ นั้นเอง 

การเทรดแบบนี้มันทำให้ได้ Risk:Reward ที่สูงมากจนน่าตกใจ เพราะคุณ pipEASY บอกไว้ว่า Risk:Reward ของเขาในแต่ละรอบที่มองคือ Unlimit เลยทีเดียว และนอกจากนั้น ข้อดีของการเทรดในลักษณะนี้ ก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับการที่ทำให้เราไม่ต้องเข้าไปเทรดบ่อยๆมากจนเกินไป ทำให้ความเครียดจากการเฝ้าตลาดลดลง และการโฟกัสที่ดีมากขึ้น

สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่คุณ pipEAS เขาแนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่เงินเยอะๆก็ได้ เขาแนะนำเริ่มที่ 5000$ สำหรับการสร้างขา 4-6 position โดยใช้ 1$/pip หรือประมาณ 0.1 lot/position เขายกตัวอย่างการเทรด step ง่ายๆ ตามตัวอย่างนี้ (หรือ 500 usd / 0.01 Lot)

ขั้นตอนการเทรดง่ายๆ

1. เลือกมาคู่เงิน 1 คู่ เช่น GBP/JPY จากนั้นไปดู monthly chart ว่าเป็นขาขึ้นหรือขาลง โดยดูย้อนหลัง 10-15 แท่ง ถ้าเราดูแล้วมันขึ้นก็มองขึ้น จึง Buy เป็นหลัก ถ้าเราดูแล้วมันลงก็คือลง มอง Sell เป็นหลัก

2. สมมติ GBP/JPํY ใน monthly Chart เป็นลง จะเข้าไป Weekly chart  เพื่อหา Area ที่น่าสนใจในการเทรด ซึ่ง pipEASY เขาชอบบริเวณใกล้ๆ EMA(200)  ถ้าราคามันอยู่ใกล้ๆ EMA(200) เขาจะเข้าไปใน Day เพื่อ entry โดยจะ entry ในช่วงตลาดเปิดของ Asian market (ช่วงตลาดโตเกียวเปิด)

3. เมื่อ Entry แล้วเขาจะใส่ Stop loss ไว้ด้วย โดยเป็น low risk entry (entry ที่มี Stop loss สั้นๆ)  ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่ทุกคนต้องใช้ดุลพินิจของตัวเอง มันไม่ได้มีกฏชัดเจนตายตัว อยู่ที่เรารู้จักวิธีการ entry ของเราเป็นอย่างดีรึเปล่า หลังจากนั้นวันต่อมาถ้า position มันอยู่รอดก็เลื่อน Stop loss มาที่ Break event(BE) หรือราคาที่เข้า order ถ้าไม่รอดก็หาจังหวะสร้างpositionใหม่

4. จากนั้นทำแบบนี้ซ้ำๆ จนมี position ที่อยู่รอด 4-6 position จึงหยุดเพิ่ม position

สมมติผ่านไป 6 เดือนมี position ที่อยู่รอด 5 position ราคาวิ่งไปเฉลี่ยประมาณ 1200 pip ทำให้ได้กำไร 6000 pip โดยเสียไป 1500 pip ในการสร้าง position (ถือว่ายกตัวอย่างแบบเยอะมากไว้ก่อน จริงๆถ้าฝึกเทรดแบบ low risk entry ได้ดีๆ มันเสียน้อยกว่านั้นเยอะ)

ทำให้ได้กำไร 4500 pip ซึ่งเท่ากับได้กำไร 4500$ (เขายกตัวอย่าง 1$/pip) ซึ่งได้เกือบ 100% ใน 6 เดือน อันนี้คือ Flow คร่าวๆของการเทรดPosition Trading ของ pipEASY ยังมีรายละเอียดอีกเยอะมากๆที่จะอธิบายเพิ่มเติม

GBP/JPY monthly chart ซึ่ง pipEASY แสดงให้เห็นว่า มันเป็นเทรนลงชัดเจน ถ้าเราได้เข้าตั้งแต่ต้นเทรน จะทำให้กำไร 12000 pip ในระยะเวลาประมาณ 3 ปี

GBP/JPY Weekly trend ยังคงเป็นขาลงชัดเจน จะสังเกตว่าถ้าเราsellตังแต่เดือนสิงหาคม 2008 
ณ ตอนนี้(ตามเวลาในภาพ) position sell ก็จะยังอยู่รอด

Entry Method

อีกประเด็นที่อยากขยายความเป็นเรื่องของจุด Entry หรือจุดเข้า order ของกลุทย์นี้ว่ามันเป็นส่วนที่ต้องใช้ดุลยพินิจของแต่ละคน เพราะหลายคนพยายามไปทำตามวิธีการเข้าของ pipEASY กันหมด และมันกลับให้ผลลัพทธ์ที่แย่

ซึ่งตัวคุณ pipEASY เองนั้นได้เขียนอธิบายไว้ตลอดว่าจุด Entry ที่ดีของเทรดเดอร์แต่ละคนไม่เหมือนกัน มันเป็นเรื่องปัจเจคบุคคล และความชำนาญเฉพาะตัว 

แค่คุณ pipEASY ก็ได้นิยามลักษณะของจุดเข้าที่ดีที่เหมาะกับการเทรดแบบ “กิ้งกือ” ไว้ว่า Stop loss ต้องสั้น หรือไม่มี Stop loss แต่ปิดมือเองและต้องเสีย pip ไม่เยอะ และเป็นจุดที่ราคาจะไม่กลับมาที่จุด entry อีกเลย

เราต้องฝึกเรื่องนี้ให้ชำนาญ จากนั้นจึงจะรับรู้ได้ด้วยตัวเองว่าตรงไหนควรทำแบบไหน มันไม่มีกฏตายตัว หน้าที่ของเทรดเดอร์คือ entry แล้วเลื่อน stop loss มาที่ Break Event(BE) เราทำแค่นี้เพื่อคุมความเสี่ยงของเรา ที่เหลือคือหน้าที่ของตลาด จะได้กำไรหรือไม่ได้กำไร อยู่ที่ตลาดจะให้

สรุปสั้นๆ Building an Equity Millipede คืออะไร

  • คือการเทรดที่ถือ position ในระยะยาว จากภาพใหญ่ หรือมุมมองใหญ่
  • เมื่อถูกทางจะทำการ Stack สะสม position เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม เหมือนการสร้าง ขา ของกิ้งกือ
  • เน้นเรื่องของจังหวะการ entry ที่เฉียบคม ใน Time frame ที่เล็กลง ทำให้ Risk ต่ำ (low risk entry)
  • ด้วย entry แบบไหนก็ได้ที่เราถนัด เชี่ยวชาญ มั่นใจ
  • เมื่อผิดทาง รีบออก รีบ  Stop Loss ทันที ให้เสียหายน้อยที่สุด
  • บริหารจัดการ position ที่ถืออยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (ไม่ได้ถือปล่อยอย่างเดียว)
  • มีการ Diversification ความเสี่ยงตลอดเวลา

ซึ่งวิธีการคร่าวๆนี้ส่งผลให้การเติบโตของพอร์ทและการทำกำไรนั้นมากมายจนน่าตกใจ ตัวผู้เรียบเรียงเองก็ได้ทดสอบ ทดลองมาแล้วระยะเวลาหนึ่งพบว่าสามารถทำ Risk:Reward มากกว่า 1:20 ได้ไม่ยากด้วยวิธีการตามแบบของ Building an Equity Millipede แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดที่ว่าทุกคนจะทำได้เพราะโดยหลักการคิด หลักการเทรดของ กิ้งกือนั้น ค่อนข้างขัดกับสภาวะทางจิตใจของคนส่วนมากหรือมนุษย์ปรกตินั้นเอง ทำให้ต้องผ่านการฝึกฝนเท่านั้นถึงจะสามารถเทรดอย่างมีประสิทธิภาพได้

(มนุษย์ ปรกติ ทนถือกำไรไม่ได้นาน จะมีอาการอยากปิดกำไรตลอดเวลา และไม่ยอมตัดขาดทุนเวลาติดดอย)

ในบทความนี้ขอจบแค่คอนเส็ปองค์รวมก่อนคร่าวๆ และส่วนถัดไปเราจะไปพูดถึงเรื่ององค์ประกอบสำคัญของการเทรดแบบกิ้งกือกันว่าต้องมีอะไรบ้าง ในแต่ละส่วนของกลยุทธ์เทรดนี้

อ้างอิง
Forexfactory :  https://www.forexfactory.com/showthread.php?t=245149
PDF : https://www.forexfactory.com/showthread.php?t=245149&page=367

ผู้แปล : Husky
เรียบเรียง : Meawbin