Building an Equity Millipede Part 7 : Create your own System (END)

289

ลาก่อน………

เหตุที่เริ่มบทความแบบนี้เพราะต้องการจะบอกกับเพื่อนๆที่ติดตามอ่านอยู่ว่า บทความนี้จะเป็นบทความสุดท้ายแล้ว ที่จะเขียนเรื่องของการเทรดสไตล์กิ้งกือ หรือ Building an Equity Millipede 

เนื่องจากส่วนตัว(Meawbin)คิดว่า ผมได้นำเสนอส่วนของเนื้อหาที่เป็น Core Concept ทั้งหมดของ กิ้งกือ ไปจนครบแล้ว ส่วนที่เหลือจะเป็นเรื่องของเทคนิคอล การอ่านกราฟแท่งเทียนต่าง เพื่อหาจุดเข้าสวยๆตามแบบฉบับของคุณ pipEasy ซึ่งผมมองว่า อ่านกันเองเป็นการดีที่สุด เพื่อไม่เป็นการชี้นำนะครับ อีกเรื่องคือสำหรับผมแล้ว จุดเข้าไม่สำคัญเท่าการฝึกฝน และการบริหารจัดการออเดอร์ที่ดี 

สามารถอ่านเองที่ PDF : https://www.forexfactory.com/showthread.php?t=245149&page=367

และคุณ pipEasy ได้ย้ำเสมอสำหรับใครก็ตามที่อยากเทรดสไตล์ “กิ้งกือ” ให้สำเร็จ ต้องหาวิธี เทคนิคการเข้าออเดอร์แบบที่ตัวเองมั้นใจ ถนัด และเชื่อมั่น ซึ่งมันสอนหรือเลียนแบบกันไม่ได้นั้นเอง ซึ่งผมเองเห็นด้วยมากๆ

ส่วนใครที่สนใจการเทรดแบบ Building an Equity Millipede อยากศึกษาจริงจังมากขึ้น ผมขออนุญาติแนะนำเพจที่มีชื่อว่า Millipede Trader ครับ ซึ่งจะมีการแบ่งปัน การสอนเทรดสไตล์กิ้งกือ แบบออริจินอล และ ประยุกต์เรื่อยๆ สามารถเข้าไปศึกษาได้โดยตรงเลยครับ

Millipede Trader Link : https://www.facebook.com/Millipede-Trader-113118577001078/


Create your own System

ในบทความชุดนี้เราจะจากลากันกด้วย ไอเดียการสร้างระบบเทรดในแบบของตัวเอง จากการแนะนำของคุณ pipEasy กันครับ

การสร้างระบบเทรดนั้น จะเป็นอะไรก็ได้ แบบไหนก็ได้ แต่คุณต้องไม่ลืม หรือไม่หลุดจาก 3 องค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเทรดสไตล์ “กิ้งกือ” ด้วยนั้นคือ

1. Low risk entry 
2. Participation
3. Growth

ซึ่งเราจะสามารถสร้าง Holy grail หรือ จอกศักดิ์สิทธิ์ของเราขึ้นมาเองได้ ระบบจะเป็นอะไรก็ได้ เครื่องมือจะเป็นอะไรก็ได้ จะมองกรามใน TF ไหนก็ได้ ขอแค่สามารถเข้าเงื่อนไข ทั้ง 3 ข้อนี้ได้ เท่านั้นพอ

อีกส่วนที่สำคัญและเป็นปัญหาสำหรับหลายคนคือเรื่องของผลตอบแทน คือไม่ต้องมาพยายามเลียนแบบผม (pipEasy) ที่จะต้องถือยันลูกบวช ถือนานมาก ไม่ใช้เงิน ไม่ขายทำกำไร แต่ให้กำหนด Risk Reward Ratio ของเราเองขึ้นมา เอาที่ถนัด เอาที่สบายใจ เอาที่คืดว่า เมื่อได้ Reward กลับมาแล้วคุ้มค่ากับ Risk ที่เสียไปเท่านั้นพอ

สมมติอย่างนี้นะครับ 

ซื้อล็อตเตอรี่ ครั้งละ 10 ใบ เดือนละ 2 ครั้ง ใช้เงิน = 80 x 10 x 2 = 1,600 บาท/เดือน 
ใน 1 ปี ผมต้องมีค่าใช้จ่าย = 1600 x 12 = 19,200 บาท
โดยคาดหวังว่าผมจะถูกรางวัลที่ 1 คือ 6,000,000 บาท อย่างน้อยซัก 1 ใบ
Risk : Reward = 1 : 312 ฟังดูดีมั้ยครับ 
แต่โอกาสเกิดเหตุการณ์นี้น้อยมาก ซึ่งใน 1 ปี อาจจะไม่ถูกรางวัลเลย หรือถูกรางวัลเล็กกว่า
ทำให้ไม่ cover ค่าใช้จ่ายของเรา 

แต่เราเป็น trader ไม่ใช่ Gambler เรามาสร้าง Risk Reward ของเราเองกันครับ

สมมติ ผมทำงานได้เงินสัปดาห์ละ 850$ ยังโสด และยังอยู่กับพ่อแม่ ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ผมมองว่าผมสามารถจ่ายวันละ 50$ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจการเทรดของผม
โดยผมเลือกที่จะเทรดวันละ 1 ครั้ง, มีระยะ Stop loss + spread ประมาณ 10 pip
เทรดครั้งละ 0.5 lot ซึ่งเท่ากับมีค่าใช้จ่าย 50$/วัน
โดยกำหนด Reward ที่คาดหวังคือ 1000 pip 
Risk : Reward 1: 100 ฟังดูดีมั้ยครับ

แปลว่า ธุรกิจการเทรดของผมจะอยู่รอดได้
ถ้าผมสามารถทำให้มันได้ 1000 pip อย่างน้อย 1 ครั้งใน 100 ครั้ง
แสดงว่า 100 ครั้งจะต้องใช้เงิน 5000$
และใช้เวลาประมาณ 5 เดือน ( 1 เดือนมีวันที่เทรดประมาณ 20 วัน)

เขียนมันออกมา

Taking only 1 trade per day
Im looking for, opportunities that are less than 10 pip risk,
50$ per day, that will run for 1000 pips take profit but the occurences of
such opportunity must be less than 1 per 100 cycle.

“ฉันจะเทรดวันละ 1 ครั้ง
ซึ่งฉันกำลังมองหาโอกาสที่ Risk น้อยกว่า 10 pip, 50$/วัน
ที่สามารถสร้างกำไรได้ 1000 pip 
โดยมีโอกาสเกิดอย่างน้อย 1 ครั้ง/100 cycle”

ให้เราเอาไปเขียน ของตัวเราเอง ประมาณนี้ครับ

“ฉันจะเทรดวันละ ___ ครั้ง 
ซึ่งฉันกำลังมองหาโอกาสที่Riskน้อยกว่า __ pip, ___/day 
ที่สามารถสร้างกำไรได้ ____ pip 
โดยมีโอกาสเกิดอย่างน้อย __ ครั้ง/ ____ cycle”

เมื่อกำหนด Risk:Reward ของเราเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปเปิดกราฟหรือใช้ EA ที่เราเขียนก็ได้ จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาว่าเราจะเทรดยังไงหรือใช้ trading method แบบไหน ให้ได้ตาม Risk:Reward ที่เรากำหนดไว้ ซึ่งมันควรรอดอย่างน้อย 1 ปี

ซึ่ง Risk:reward ที่ดีมาจากการ Entry ใน lower time Frame และคาดหวัง Profit ใน Time frame ใหญ่ เมื่อเราเจอแล้วเราก็ใช้ trading method นั้นและพัฒนาต่อหรือสร้างระบบเทรดเพิ่มก็ได้

กราฟ EUR/USD H4 จะเป็นว่าช่วงสีแดงคือช่วงที่เป็น Range ประมาณ 4 เดือน
ซึ่งเราต้องControl loss ให้ได้

จากรูปนี้ EUR/USD H4 ตรงส่วน Hightlight สีฟ้า มีแค่ 6 wk เท่านั้น ที่เราสะสม Position แล้วจะทำให้เรากำไรได้มากกว่า 1000 pip/ไม้ เรารับได้มั้ยกับการLoss และ Break Event 4 เดือนต่อเนื่อง  ถ้าไม่ได้บางทีแนวทางนี้อาจจะไม่เหมาะกับคุณก็ได้

จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า การสร้างระบบเทรดของตัวเองนั้น เราต้องคำนึงถึงหลายองค์ประกอบด้วยกันเช่น ค่าใช้จ่ายในการเทรด ,ผลกำไรที่คาดหวัง และสิ่งที่สำคัญที่าุดคือ ความเหมาะสมของรูปแบบการเทรดกับ life style ของเรา ด้วยนั้นเอง หลายคนพยายามหาระบบเทรด ที่ดีที่สุด แต่ไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตของตัวเอง มันก็จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปหมดได้เช่นกัน

‘humans choosing what they wish to believe.’
pipEASY


ก็อาจจะจบแบบ ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไร แต่อยากของคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจนะครับ  สำหรับผมการศึกษาวิธีการเทรดของคุณ pipEasy นั้นสร้างแรงบันดาลใจ และช่วยให้การพัฒนาระบบเทรดของผมเป็นไปได้อย่างดีมากขึ้นทีเดียว หวังว่าบทความเหล่านี้จะสร้าางประโยชน์ให้ท่านไม่มากก็น้อย ส่วนใครที่อยากศึกษาต่อเพิ่มเติมก็ ติดตามได้จาก Link แนะนำด้านบนนะครับ

ขอบคุณครับ

 


อ้างอิง
Forexfactory :  https://www.forexfactory.com/showthread.php?t=245149
PDF : https://www.forexfactory.com/showthread.php?t=245149&page=367

ผู้แปล : Husky Millipede Trader
เรียบเรียง : Meawbin