Carry Trade คืออะไร | เทรดบนตลาด Forex ยังไง

10604

Carry Trade เป็นกลยุทธ์การเทรดได้รับการนิยาม(จากคนบางกลุ่ม)ว่า เป็นวิธีการเทรด ที่สามารถทำกำไรได้ แม้ว่าช่วงเวลานั้นราคาสินค้าในตลาดนั้นๆ จะเคลื่อนที่ไปทางไหนก็ตาม จะขึ้นเยอะ ลงเยอะ หรือ Side way ตลอดทั้งปี และ สามารถทำกำไรได้แบบไร้ความเสี่ยง

(สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่านก็สามารถดูหรือฟังเป็น VDO ได้นะครับ)

ซึ่งจริงๆแล้ว Carry Trade มันดีขนาดนั้นจริงหรือเปล่า เรามาทำความเข้าใจกันครับ

Carry Trade (ตามความเข้าใจของผม) คือ การนำเงินทุน ที่มีดอกเบี้ยต่ำ จากแหล่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืม การขาย หรือมีอยู่แล้ว ย้ายไปลงทุน ไปซื้อสินทรัพย์ หรือนำไปทำกำไรในที่ๆ ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

เช่น (จากเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้น) ธนาคารประเทศญี่ปุ่น ให้กู้เงินโดยคิดดอกเบี้ย ปีละ 0.5% เราก็ไปกู้เงินมาครับ แล้วเอามาฝากที่ธนาคารบ้านเรา ที่ให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 5% ต่อปี (มโนเอา) หรือที่ไหนก็ได้ที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า 0.5% ต่อปี ที่เรากู้มา

ถ้าาเรากู้เงินจาก ญี่ปุ่นมา 1,000,000 บาท ก็เท่ากับว่าในทุกๆปีเราจะได้ดอกเบี้ยเงินฝาก 50,000 บาท
แต่เราต้องไปจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 5,000 บาท
หักลบ กลบหนี้ (50,000 – 5,000) เราก็ได้กำไร 45,000 บาท โดยแทบจะไร้ความเสี่ยงเลย
แบบนี้เราจะเรียกว่า Carry Trade

ฟังดูแล้วก็ดูดี ดูง่าย และน่าทำ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงและปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น

  1. ความเสี่ยงเรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศที่ขึ้นลงได้ตลอด
  2. เรื่องของ ช่องว่าราคา Spread ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ยังไม่ได้คิด
  3. จำนวณเงินทุน ความสามารถในการกู้ยืมเงิน ที่ต้องมีสูงมาก
  4. อัตราผลตอบแทนที่ไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับรูปแบบการลงทุนอื่นๆ และขนาดของเงินทุน
  5. ความยุ่งยากซับซ้อน เงื่อไข วิธีการ (เช่นการไปกู้ที่ ญี่ปุ่นงี้)
  6. ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นอุปสรรคกับ “รายย่อย” ทั้งนั้นเลย

แล้ว Carry Trade เกี่ยวอะไรกับการเทรดในตลาด Forex ??

ก็คือว่าเทรดเดอร์รายย่อย บางกลุ่ม ก็มองเห็นถึงข้อดี ของกลยุทธ์การเทรดการทำกำไรแบบ Carry Trade ก็เลยเกิดอาการอยากเทรดบแบบนี้บ้าง นำไปสู่การเอา หลักการ แนวคิด หรือ หัวใจของ Carry Trade ในส่วนที่ว่า “การเทรดโดยหวังผลกำไรจาก ปันผล ดอกเบี้ย โดยที่ไม่ต้องเสี่ยง และไม่ต้องทำอะไรมาก” มาประยุกต์ใช้กับการเทรดในตลาด Forex นั้นเอง

ซึ่งเราจะเรียกวิธีนี้ว่าการเทรด Forex แบบ “นอนรอกินค่า Swap” แต่ไม่ใช่การทำ Carry Trade จริงๆ เป็นแค่การเอาแนวคิดมาประยุกต์เท่านั้น ส่วนใครที่ยังไม่รู้จัก Swap เชิญทางนี้ก่อนได้เลยครับ >> Swap คือ ??

วิธีการ ก็ไม่ยากครับ

  1. เริ่มจากมองหาคู่เงินที่มีค่า Swap สูงๆ 
  2. เปิดสัญญา Buy และ Sell พร้อมกันหรือใกล้เคียงกัน ในอัตราส่วนที่เท่ากัน เพื่อให้ ไม้ Buy และ Sell (Square trade) เพื่อ Hedge ผลกำไรขาดทุนกันเอง
    เช่น Buy Sell คู่เงิน USD/Vacanda ที่ราคา 10 บาท ,เมื่อราคาขึ้นไป 15 บาท
    Buy +5 ,Sell -5 หักลบกันลงตัวพอดี ไม่ว่าราคาจะไปทางไหนเราจะไม่ขาดทุน
  3. ถือไว้ เพื่อกินค่า Swap ในระยะเวลานาน ตราบที่เราพอใจ
  4. โดยการวางเงินเต็มจำนวณ หรือ Leverage 1:1 (1.00 Lot = 100,000 Unit)

ปัญหา

คู่เงินส่วนใหญ่ที่เราเทรดกันในตลาด Forex นั้น (ทั้งหมดนั้นแหละ) จะมีค่า Swap ทั้งสองฝั่ง คือมีทั้งฝั่ง Buy และ Sell ฝั่งหนึ่ง Swap + อีกฝั่งก็มักจะ Swap – ทำให้ผลรวม Swap นั้นติดลบตามไปด้วย

ดังนั้นการเทรดด้วยกลยุทธ์ข้างต้นเพื่อกิน Swap แบบชิวๆอย่างที่ฝันไว้จึงเป็นไปได้ยากครับ

ถ้าจะเทรดด้วยกลยุทธ์นี้ก็จะต้องใช้วิธี การเปิดสัญญา Buy Sell คนละพอร์ท โดยที่พอร์ทหนึ่งใช้บัญชีแบบ “standard” เพื่อเปิดสัญญาฝั่งที่มี Swap เป็นบวก

และอีกพอร์ทหนึ่ง ใช้บัญชีแบบ “Free Swap” เพื่อเปิดสัญญาฝั่งที่มี Swap เป็นลบ (จะได้ไม่เสียค่า Swap)

แค่นี้เราก็สามารถใช้กลยุทธ์นี้เพื่อนอนกินค่า Swap แบบชิวๆไปได้แล้วครับ
โดยผลกำไรก็ขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาในการถือครองสัญญานั้นๆ ยิ่งนาน Swap ก็ยิ่งเยอะ

ข้อควรระวัง

  1. เรื่องของ ช่องว่าราคา Spread ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ยังไม่ได้คิด ทุกครั้งที่เข้า ออก จะต้องเสียตรงจุดนี้ด้วย
  2. Spread ของสินค้า บางช่วงเวลา อาจมีค่าเพิ่มขึ้น ลดลงได้ตลอด
  3. บัญชีแบบ “Free Swap” แต่อาจมีค่าธรรมเนียมรายเดือน หรือมีค่าใช้จ่ายอื่นๆแอบแฝงตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อน (โบรกเกอร์บางแห่ง เยอะด้วย)
  4. ผลตอบแทนน้อย เมื่อเทียบกับต้นทุนที่เราต้องจ่าย (วิธีนี้ Play Save คือวางเงินเต็ม LV1:1)
  5. ถ้าเราไม่ได้เทรดด้วยเงินเต็มจำนวน
    เช่น 1.00 Lot มีมูลค่าโดยประมาณ 100,000 USD แต่เราวางเงินในพอร์ทแค่ 10,000 USD(LV1:10)
    หรือ อีกนัยคือเพิ่มความเสี่ยงขึ้นไปอีก 10 เท่าตัว
    แปลว่า จะมีหนึ่งพอร์ทที่ กำไร และมีอีกหนึ่งพอร์ทที่ ขาดทุนเสมอ ทำให้เราอาจต้องโยกเงินไปมาระหว่างบัญชีทั้งสองเพื่อรักษาระดับ Margin ให้คงอยู่
    ต้องคำนวณดีดี เพราะยิ่งราคาวิ่งไปไกลก็ยิ่งต้องใช่เงินสำรองรักษา Margin เยอะขึ้น
  6. การโยกเงินไปมา ย่อมเกิดค่าธรรมเนียม การโอน โดยเฉพาะกรณีที่เราเปิดพอร์ทคนละโบรกเกอร์
  7. ถ้าเราไม่ได้เทรดด้วยเงินเต็มจำนวน อาจโยกเงินตามไม่ทัน เป็นต้นเหตุของการล้างพอร์ทได้
  8. ค่า Swap มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ
  9. สุดท้าย เป็นคำถามชวนคิดว่า – ทำไมโบรกเกอร์ ทำไมตลาด ถึงใจดียอมให้เราทำแบบนี้ได้ ทำไมโบรกเกอร์ถึงใจดียอมเสียเปรียบยอมให้เรา “Free Swap” ได้  ??