Checklist ก่อนออกเดินทาง

1932

Checklist ก่อนออกเดินทาง

ก็จะพูดถึง การวางแผนให้ตัวเองก่อนจะเริ่มต้นเดินทางบนเส้นทางการเป็นเทรดเดอร์

นั้นคือ การสำรวจตัวเองก่อน “เป้าหมาย ความพร้อม และทรัพยากรที่เรามี ” แล้ว List มันออกมาดู

คนส่วนใหญ่ มักจะมองหาแต่ วิธีการ รูปแบบ ที่ใช้ทำกำไร แล้วก็พยายามจะทำตาม ลอกเลียนแบบ
แต่การทำแบบนั้น 90% จะนำไปสู่ความล้มแหลว หรือวนลูปอยู่ที่เดิม
เอามาใช้แล้วใช้ไม่ได้ ก็เปลี่ยนไปใช้ของคนอื่น แล้วก็ เจ๊งอีก แล้วก็เปลี่ยนไปใช้ อันอื่นอีก

ทุกวิธีการที่มีการนำเสนอ สอน นำออกมาเผยแพร่ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี ใช้ไม่ได้นะครับ
ความจริง คือ ทุกวิธีการบนโลก มันมีข้อดี มีข้อเสีย แต่เขามักจะนำเสนอ
หรือเรามักจะไปมองแต่ด้านดี ด้านที่ได้เปรียบ จนลืมมองข้อเสีย และเหมาะสมกับเราหรือไม่

สิ่งที่เราควรทำ คือทำความเข้าใจสิ่งเหล่านั้น แล้วมองย้อนกลับมาดูตัวเอง ทดลอง ทดสอบ ดูว่ามันเหมาะกับเรามั้ยด้วยการสร้าง ทำ Checklist ง่ายๆก่อนเริ่มเดินทาง

Trader Checklist ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ

1. เป้าหมาย Goal
2. ทรัพยากร Resource
3. ผู้สนับสนุน Supporter

ที่ต้องทำ Checklist  ก่อนก็เพราะว่า ถ้าเราให้ทุกคน มาทำเหมือนกันหมดมาเทรดเหมือนกันหมด จะมีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จำทำมันออกมาได้ดี และมีไม่กี่คนที่จะทำมันได้สำเร็จ เพราะว่า 3 ปัจจัยนี้ ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันเลย ถ้ามันไม่เหมาะกับเรา ต่อให้เราฝืนแค่ไหน มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ดีในระยะยาว

1. เป้าหมาย Goal

– เป้าหมายที่เราต้องการในอนาคต ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน เราจะเอามาเปรียบกันไม่ได้
บางคนอยากเป็น Full Time Trader บางคนอยากเป็นแค่ Part Time Trader บางคนอยากหาอาชีพเพื่อที่จะมีอิสภาพทางเวลา อยากไปเที่ยว อยากพักผ่อน บางคนแค่อยากหารายได้เสริมเล็กน้อยจากการทำงานประจำหรือทำธุรกิจ บางคนแค่อยากหาอะไรทำยามว่าง
ซึ่งเป้าหมายตรงนี้ก็จะเป็นตัวกำหนดถึงวิธีการ รูปแบบที่เราควรจะต้องเดินนั้นเอง ถ้าอยากเป็น Full Time Trader ก็คงจะชิวๆเล่นๆแบบคนที่หาอะไรทำสนุกไม่ได้

เป้าหมายตรงนี้ไม่ควรเป็นแค่เรื่องเงินหรือตัวเงินเพียงเท่านั้น เอาจริงๆทุกคนที่เข้ามาเป็นเทรดเดอร์ก็ต้องการเงิน ต้องการเอาเงินมาต่อเงินให้เพิ่มขึ้นทั้งนั้น แต่ถ้าเรามองแต่ เงิน เงิน เงิน เงิน เท่านั้น เวลาที่เราไม่ได้ หรือเราทำมันไม่สำเร็จ หรือมีอุปสรรค์เล็กน้อยเราก็จะท้อได้ง่ายกว่า คนที่มีเป้าหมาย รู้ตัวเองว่าต้องการอะไร (ยอมเหนื่อยเพื่ออะไรที่ไม่ใช่เงิน)

อีกเรื่องคือ เป้าหมายที่ชัดเจน  จะทำให้เราไม่หลงทาง

อันนี้ประสบการณ์ตรงจาก เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เทรดเดอร์หน้าใหม่ที่ผมได้เคยสัมผัสมา (รวมถึงตัวผมเองสมัยก่อนด้วย)

  • ฉันอยากเทรดให้ได้กำไรสม่ำเสมอ เป็นรายได้หลัก เทรดเป็นอาชีพ
    – แต่เทรดแบบนักพนัน เข้าออกไว กำไรเยอะ ไม่มีการวางแผนการเทรด
  • อยากเป็นเทรดเดอร์เพราะจะได้มีเวลาว่าง ไปทำสิ่งที่รัก
    – แต่วันๆเอาแต่จ้องจอ ดูกราฟ ไม่ลุกไปไหน ไม่วางแผน แล้วก็เครียด
  • ฉันอยากเป็นนายตัวเอง
    -แต่ขี้เกียจ นอนทั้งวัน ไม่มีวินัย ไม่พัฒนาตัวเอง
  • ฉันอยากมีรายได้เสริมจากการเทรด ลงทุน เก็บเงิน อีกช่องทาง
    – แต่ทุ่มเงินทุนจนหมดตัว เล่นบนความเสี่ยง Over Trade เล่นไม่รู้ Limit ฯลฯ

ผมอยากให้ทุกท่าน เน้นย้ำกับตัวเองให้ชัดครับว่า เป้าหมาย ที่เราเข้ามาเทรด คืออะไร เข้ามาเพราะอะไร ต้องการอะไร ที่ใม่ใช่แค่เรื่องของเงิน
แล้วภาพความสำเร็จ ภาพของเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยให้เราไม่หลงทาง

– วางเป้าหมายระยะสั้น กลาง ยาว แน่นอนว่าการวางเป้าหมายไม่ได้มีแค่เป้าหมายระยะยาวเท่านั้น ถ้าเรามีแต่เป้าระยะยาว เป้าไกลๆ บางครั้งบางทีเวลาที่เราลงมือทำแล้วมันไม่สำเร็จ มันใช้ระยะเวลานาน ก็อาจจะทำให้เกิดการท้อ หมดหวัง หมดแรงได้ง่าย

เวลาเราวางเป้าหมาย เราต้องรู้จักที่จะ ซอย เป้าหมายของเราออกเป็นเป้าเล็กๆระหว่างทาง ค่อยๆทำไปทีละนิด สะสมความสำเร็จไปทีละอย่าง คล้ายกับการต่อจิ๊กซอว์แห่งความสำเร็จ มันก็จะทำให้การเดินทางสู้เป้าหมายของเราราบรื่นกว่า

2. ทรัพยากร Resource

เหตุผลที่เราไม่สามารถ Copy ความสำเร็จของคนอื่น วิธีการของคนอื่นได้ก็เพราะว่า “ทรัพยากร” ของเรากับเขามีไม่เท่านั้น

ตรงนี้เป็น Key สำคัญที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ตีไม่แตก ทุกคนมักคิดว่า “ทรัพยากร” หมายถึงเงินเพียอย่างเดียว แต่ “ทรัพยากร” นั้นหมายถึงทุกอย่างที่เรามี เงิน เวลา สุขภาพ ความรู้ ความเข้าใจ พรสวรรค์ ทั้งหมดนับเป็นทรัพยากรที่เรามี

จะให้คนที่มีเวลาน้อย ไปเทรดแบบคนที่มีเวลามากไม่ได้ จะให้คนที่มีความรู้น้อย ไปเทรดแบบคนที่มีความรู้เยอะแล้วตอนนี้เลยก็ไม่่ได้ ดังนั้นเราต้องรู้จักสำรวจทรัพยากรที่เรามีให้ดีเสียก่อน ถ้ายังขาดตรงไหนก็หาเพิ่ม เรามีตรงไหนมากแล้วก็แบ่งไปใช้เพื่อหาทรัพยากรที่ยังขาดไป

2.1 เงินทุน Capital

2.1.1 Size ขนาด

อย่างแรกที่เทรดเดอร์ต้องสำรวจคือ เรามีเงินเท่าไร มากหรือน้อย จำนวณเงินทุนเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในตลาดค้าค่าเงินแห่งนี้ คนที่มีเงินทุนน้อย ก็ไม่สามารถเทรดแบบคนที่มีเงินเยอะได้ คนที่มีเงินเยอะ ก็จะมาเทรดแบบคนทีมีเงินน้อยไม่ได้เหมือนกัน

หรือบางคนบอกว่าอาจจะทำได้ แต่เรื่องของความเสี่ยง วิธีการ และอะไรอีกหลายๆอย่างก็ทำให้การเลียนแบบซึ่งกันและกันยากขึ้นไปอีก

2.1.2 Capital Risk Tolerance

ความสามารถในการทนความเสี่ยง ความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงของตัวเทรดเดอร์เอง ว่ามี มาก กลาง หรือต่ำ ตรงนี้ดูได้จากการสำรวจว่าเงินทุนของเราเป็นเงินแบบไหน เป็นเงินเย็น หรือเป็นเงินทุนที่เราต้องใช้หมุนเวียน ก็จะทำให้ความสามารถในการทนต่อความเสี่ยงของเทรดเดอร์แตกต่างกันออกไป

บางคนถึงกับไปกู้ ไปยืน ไปรูดบัตรเครดิส เพื่อมาเทรด ถ้าเราวางแผนไม่ดีหมุนไม่ทัน มันก็จะกลายเป็นดาบสองคมที่หันกลับมาบาดเราได้ทุกเมื่อ เพราะสามารถทนความเสี่ยงได้น้อยถึงแม้ว่าจะมีเงินทุนเยอะขึ้นก็ตาม

หรืออาจพิจรณาเพิ่มในเรื่องของเงินทุนหมุนเวียน เช่นเงินเดือน เงินจากแหล่งอื่นที่สามารถนำมาเติม นำมาซับพอร์ทเราเพิ่มเติมได้หรือไม่

2.1.3 Time Horizontal 

บางครั้งการเทรดเราอาจต้องติด Order เป็นเวลานาน เทรดเดอร์ควรรู้ตัวว่ามีความสามารถในการทนเรื่องของเวลาตรงนี้ได้นานแค่ไหน ถ้าเงินทุนที่นำมาใช้เป็นเงินกู้ยืม หรือมีเรื่องต้องใช้จ่ายในอนาคต

การวางแผนการเทรดก็ไม่ควรยาวนานยืดเยื้อเพราะอาจทำให้ เราไม่สามารถดึงเงิน ดึงทุนคินได้ทันเวลา

2.2 เวลา Time

“เวลา” คือทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของมนุษย์ และเวลาของแต่ละคนมีจำนวนจำกัด  พูดอีกอย่าง การเป็นเทรด คือการเอา เวลา มาเปลี่ยนให้เป็นเงิน หรือผลตอบแทน ผ่านกลยุทธ์ วิธีการ หรือระบบเทรด

แต่ละคนมีเงื่อนไข และความรับผิดชอบชีวิตที่แตกต่างกัน จึงทำให้เวลาของแต่ละคนที่มีเหลือจากหน้าที่รับผิดชอบต่างๆในชีวิต ต่างกัน บางคนเหลือเวลาเยอะ บางคนเหลือเวลาน้อย ราต้องสำรวจตัวเองให้ดีว่าเรามีเวลาให้กับการเทรดมากแค่ไหน ถ้าเรามีเวลาน้อยเราจะไปเทรดแบบคนที่มีเวลาเยอะ ไม่ได้

ทรัพยากร เวลา เป็นปัจจัยสำคัญการกำหนดแผน และกลยุทธ์การเทรด เพราะแต่ละคนมีเวลาที่เหลือไม่เท่ากัน เช่นคุณอยากเทรดแบบ Scalping แต่คุณต้องทำงานประจำ ทำธุรกิจช่วยครอบครัว การเทรดแบบ Scalping มันจึงไม่ใช่คำตอบ

และถ้าคุณฝืนที่จะทำมัน มันก็จะส่งผลเสียผฃร้าย แทนที่จะเป็นผลดี อาจเสียทั้งเรื่องการเทรด เสียทั้งเรื่องการงานที่เราทำ อาจพาลไปถึงเรื่องสุขภาพของเราด้วยก็ได้

ดังนั้น เทรดเดอร์ต้องรู้จักคำนวณเวลาที่ใช้ในการเทรดแต่ละวัน ให้ดี ให้สอดคล้องกับกิจกรรม การใช้ชีวิตของเราเอง เพื่อที่จะได้สามารถเลือกกลยุทธ์ วิธีการเทรดให้เหมาะกับทรัพยากรเวลาที่เรามี และบริหารจัดการเวลาให้เหมาะสม

2.3 สุขภาพร่างกาย/สุขภาพจิต

ข้อนี้ก็ไม่ต่างจากเรื่องของทรัพยากรเวลาเท่าไรนัก ที่เทรดดอร์ต้องรู้จักสำรวจตัวเองให้ดีก่อน เทรดเดอร์บางคนบอกว่าตัวเองอยาก Day trade อย่ากเป็น Scalping บางคนทำได้ดี ทำกำไรได้มาก แต่ต้องมานั่งปวดหัว กินยาแก้ไมเกรนเช้าเย็น มันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่าเท่าไร

เราควรรู้ Limit ของตัวเองว่าเราพร้อม หรือเราเหมาะกับรูปแบบกลยุทธ์การเทรดแบบไหน เรารับมือกับความเครียด เรามีสุขภาพกาย สุขภาพจิตดี หรือแย่ บางครั้งทุกอย่างเราโอเครหมด แต่สภาพจิตใจเราไม่สามารถที่จะทนการบีบคั้น แรงกดดันจากการเทรดด้วยความเสี่ยงที่สูงได้ เราก็อาจจะเหมาะกับการเทรดอีกแบบที่ใช้ระยะเวลาและความใจเย็นแมนก็ได้

3. ผู้สนับสนุน Supporter

ดูเผินๆอาจเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับชีวิตการเป็นเทรดเดอร์ของเราเลย แต่จากประสบการณ์ของผม ขอยืนยันเลยครับว่าส่งผลต่อชีวิต และเส้นทางในการเป็นเทรดเดอร์อย่างมาก

ถ้าเรามีผู้สนับสนุนที่ดี มีเพื่อนร่วมทางที่ดี มีผู้ฝึกสอน มีคนชี้นำที่ดี มีครอบครัวที่คอยให้กำลังใจ มองไปทางเดียวกับเราแชร์ความทุกข์ แชร์ปัญหา ช่วยกันแก้ไข ช่วยกันก้าวผ่านอุปสรรค์ หรือวันที่เลวร้าย มันก็จะเป็นแรงผลักที่ดีที่ช่วยให้เราไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น

ในทางกลับกันการที่เราไม่มี ผู้สนับสนุน หรือ Supporter เวลาที่เราต้องเจอกับปัญหาต้องสูู้กับอุปสรรค์ บางคนก็อาจจะท้อและหมดกำลังใจที่จะเดินต่อได้ ซ้ำร้ายหน่อยนอกจากจะไม่มีผู้สนับสนุนแล้ว บางคนอาจต้องเจอกับแรงกดดันและความไม่เข้าใจจากคนรอบข้างคนใก้ตัวอีกด้วย ครอบครัวที่ไม่เข้าใจ เป็นห่วงกลัวเราจะไปไม่รอด

การหาผู้สนับสนุน หรือ Supporter เป็นเรื่องสำคัญมากหากเรามองถึงภาพในระยะยาวๆ เพราะฉนั้น เครียร์กับครอบครับ คนรอบข้าง แฟน ภรรยา พยายามอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไร ทำเพื่ออะไรมีเป้าหมายวิธีการอย่างไร อย่างน้อยเขาไม่สนับสนุน แต่ไม่บั่นทอนจิตใจเราก็พอครับ

Credit ภาพและเนื้อหาบางส่วนจาก : cwayinvestment