Grid Trading Strategy #2 – Money Management

2180

จุดเด่นที่สุด ที่ขาดไม่ได้เลยของ Grid Trading Strategy คือการที่เราสามารถออกแบบ และ จัดการเงินทุนได้อย่างแม่นยำ เมื่อเรากำหนดขอบเขตของการเทรดชัดเจนแล้ว เราจะสามารถคำนวณเงินทุนที่ต้องใช้ จำนวนออเดอร์ ทั้งหมดได้ทันที เช่น

Grid Trading Strategy (6)

ตัวอย่างการการจัด Money Management

– ขอบเขตของการเทรดให้อยู่ในช่วง 1 – 13 บาท
– ช่องว่างระหว่าง Grid แต่ละช่องเท่ากับ 1 บาท
– Buy Only
– Buy ทุกครั้งที่ราคาเคลื่อนไหวผ่านเส้นแนว Grid แต่ไม่ซ้ำเส้นเดียวกัน
– ถ้า Buy 1,000 บาท ทุกช่วง Grid = 12 x 1,000 ทุนทั้งหมด = 12,000 บาท
– ถ้า Buy 100 หุ้น ทุกช่วง Grid = 1×100 + 2×100 + 3×100+….12×100 =  7,800 บาท

Grid ช่วยให้เรารู้ว่าเราต้องใช้เงินหรือใช้ทุนมากน้อยขนาดไหน หากเรากำหนดขอบเขตของการเทรดแล้ว ช่วยให้เราสามารถคิด วางแผลกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ และมั่นคง

ขอบเขตและขนาดของ Grid ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเทรดเดอร์เองว่าต้องการให้ครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน  เช่น ถ้าเราวาง Grid แบบครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด (ถึง 0 ) วางเงินทุนเต็มจำนวน บนสินค้าที่คาดว่า ไม่มีวันเป็น 0 เช่น ทองคำ,ETF,ดัชนี,ค่าเงิน หรือหุ้นบางตัวที่คิดว่าแข็งแกร่งจริงๆ เราก็จะได้ระบบการเทรดที่เป็นอมตะ ไม่มีวันเจ๊ง และยังสามารถสร้างกำไร Cash Flow ออกมาได้เรื่อยๆ การวางระบบแบบนี้เรียกว่า Close System ไอเดียจากพี่ต้าน MudleyGroup ใครที่ชอบระบบที่ไม่มีวันพังทลายแนะนำให้ลองศึกษาแนวคิดนี้ดูครับ

หัวใจสำคัญของการเทรดด้วยระบบ Grid คือต้องเข้าใจพฤติกรรมราคาของสินค้าแต่ละชนิด ต้องจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสม ต้องจัดการ Money Management ที่เพียงพอ วางกลยุทธ์แบบคิดมาแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่อง เข้ายังไงให้แม่น ทำยังไงได้กำไรเยอะ Grid เป็นระบบที่เน้นการดึงกำไร Cash Flow ทีละเล็กทีละน้อยแต่ต่อเนื่องและยาวนาน ภายใต้ความเสี่ยงที่ควบคุมไว้แล้ว ทุกอย่างบนโลกมันมีทั้งข้อดี และข้อเสีย เราต้องรู้และเลือกให้เหมาะสมกับตัวเรา ที่สำคัญสุด คือต้องลงมือทำ

to be continued ……. 
Grid Trading Strategy #3 – Basic Grid

——––
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการลงทุนได้อีกที่เพจ Meawbin Investor นะครับ คลิ๊ก
———

ภาพ : pixabay.com