“Scale In” – “Pyramid Trade” ถ้าถูกทาง พี่ขอจัดเต็ม

3110

Scale In #1

เป็นกลยุทธ์ที่เน้นไปในเรื่องของการสร้างกำไรที่มากขึ้น ภายใต้การควบคุมความเสี่ยงให้(เสมือน)เท่าเดิมตลอดเวลา โดยใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและทรัพยากรที่เรามีอย่างเต็มที่ แลกกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ใช้เป็นกลยุทธ์เสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเทรดหลักของเรา หรือกลยุทธ์ที่เราใช้อยู่เดิมแล้ว ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ถ้าถูกทาง พี่ก็ขอจัดเต็ม”

  • รูปตัวอย่าง สมมุติการเข้าออกด้วยการใช้ Indicator EMA + STO ในการหาจังหวะเข้า
  • (ใช้อะไรก็ได้ การ “Scale In” เป็นตัวเสริมเฉยๆ)
  • เมื่อยิงไปแล้ว 1 นัด ถ้าถูกทาง (จนทำ TSL ได้)
  • ให้ถือว่านัดนั้นได้กำไรแล้ว
  • กระสุดนัดถัดไป นับเป็นนัดที่ 1 แทน
  • ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ
  • ใช้กับนัดที่ 2,3,4 ก็ได้ (กรณีเทรดแบบไม่ SL)
  • นัดไหนมีกำไรแล้วจนทำ TSL ได้ ให้นำกระสุนนัดนั้นมาใช้งานต่อได้

# Trailing Stop Loss = TSL

ข้อดี

  • เพิ่มกำไร  (ถ้าถูกทางตลอด กำไรเพิ่มมหาศาล)
  • นำกระสุน หรือทรัำยากรที่เรามีกลับมาใช้งานใหม่ได้ไว ไม่ต้องรอปิด
  • กรณีเทรดเก้ไม้(ไม่มี SL) จาก นัดที่ 2,3,4 ….  จะทำให้เรา Recovery ได้ไวขึ้น
  • ถ้าโดน TSL จริง เราก็ยังพอมีกำไร CF ออกมาบ้าง พอสมควร จากไม้แรก

ข้อเสีย

  • ความเสี่ยง(เสมือน) เท่าเดิมตลอดเวลา แปลว่าเพิ่มขึ้น
  • บ้างครั้งที่ราคา กระโดดลง จากเสาร์ อาทิตย์
  • หรือราคาถูกกระชากด้วยข่าวแรงๆ
  • TSL ก็เอาไม่อยู่ กลายเป็น ติดเพิ่ม ที่ราคาสูงกว่าเดิม
  • ไม่ได้ปรับ RP
  • ถึงแม้ว่า จะ TSL ก็ตามแต่กลายเป็นว่า เราติดที่ราคาสูงขึ้น
  • DD ก็จะตามมา

Scale In # 2 ( Pyramid Trade )

เป็นกลยุทธ์ที่เน้นไปในเรื่องของการสร้างกำไรที่มากขึ้น ภายใต้การควบคุมความเสี่ยงให้(เสมือน)เท่าเดิมตลอดเวลา แต่จะเน้นไปที่เรื่องของการควบคุมความเสี่ยงที่มากกว่าการ “Scale In” แบบปรกติในตัวอย่างแรก

หลักการเทรดก็คล้ายกับการ “Scale In” แบบปรกติ แต่กลยุทธ์นี้จะมองว่า ยิ่งราคาปรับตัวขึ้นไปสูงขึ้น ความเสี่ยงที่ราคาจะกลับตัวลง ความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อาจสร้างปัญหาให้กับการเทรดได้มากกว่าผลลัพท์ที่จะได้ เลยใช้วิธีการ “Scale In” แบบ Pyramid แทน

ทุกครั้งที่ “Scale In” เข้าออเดอร์เพิ่มนั้น จะทำการลดขนาดความเสี่ยง หรือขนาดของสัญญาเทรดลงเรื่อยๆ จากไม้ล่าสุดที่เข้า Order ไป (ยอมได้กำไรน้อยลงหน่อย ดีกว่าติดดอยเยอะ)

  • ยิงไปแล้ว 1 นัด ถูกทาง (จนทำ TSL ได้)
  • ให้ถือว่านัดนั้นได้กำไรแล้ว
  • กระสุดนัดถัดไป ให้ยิงเพิ่มในอัตราส่วนที่น้อยลง 20-30%
  • เช่น #1 – 0.05 Lot >> # 2 – 0.03 Lot
  • (นัดแรก ต้องใหญ่พอประมาณ)
  • ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ
  • ใช้กับนัดที่ 2,3,4 ก็ได้ (กรณีเทรดแบบไม่ SL)
  • นัดไหนมีกำไรแล้ว(จนทำ TSL ได้) ก็ยิงเพิ่มได้

ข้อดี

  • เพิ่มกำไร  (ถ้าถูกทางตลอด กำไรเพิ่มมหาศาล)
  • ความเสี่ยงต่ำกว่าการเข้าเต็มจำนวน
  • ถ้าโดน TSL จริง เราก็จะติดน้อยลง DD น้อยลงกว่าการเข้าเต็มจำนวน
  • ถ้าโดน TSL จริง เราก็ยังพอมีกำไร  CF ออกมาบ้าง พอสมควร

ข้อเสีย

  • ความเสี่ยง(เสมือน) เท่าเดิมตลอดเวลา แปลว่า “เพิ่มขึ้น”
  • บางครั้งที่ราคา กระโดดลง จากเสาร์ อาทิตย์
  • หรือ ราคาถูกกระชากด้วยข่าวแรงๆ
  • TSL ก็เอาไม่อยู่ กลายเป็น ติดเพิ่ม ที่ราคาสูงกว่าเดิม
  • ไม่ได้ปรับ RP

คำเตือน 

เหมือนเช่นเคย ผมไม่ได้มาบอกว่า “มันดี ต้องทำนะ” หรือ “มันไม่ดี ห้ามทำนะ” อะไรทำนองนั้น
หรือ ว่าเอากลยุทธ์นี้ไปใช้แล้วจะ กำไร ไม่มีขาดทุน ก็ไม่ใช่ “ทุกอย่างบนโลกมันมีข้อดี ข้อจำกัดในตัวเองทั้งนั้น”
มันอยู่ที่ว่าเรา จะรู้ เข้าใจ และประยุกต์ใช้มันอย่างไรต่างหาก