รู้จักกับ “STO Stochastic Oscillator” ในแบบที่แท้ทรู

23916

สำหรับคนไม่มีเวลาอ่าน สามารถฟังเป็นเสียงแทนได้นะครับ

STO stochastic Oscillator 
คือ เครื่องมือประเภท Oscillator ที่ใช้วัดค่าความแกว่งของราคาในช่วงเวลาที่เราสนใจ ซึ่งจะประกอบด้วย
เส้น %K เป็นเส้น STOCHASTICS
และ เส้น %D เป็นเส้นค่าเฉลี่ยของเส้น %K อีกที

สูครคำนวน %K,%D

ถ้าคุณเข้าใจเรื่องคณิตศาสตร์จะเห็นว่า stochastic ก็คือการเปรียบเทียบค่าความต่างระหว่างจุดสองจุดแล้วเทียบออกมาเป็นเปอร์เซ็น คือราคาปิดณปัจจุบัน กับค่าหนึ่ง ณ n วัน ว่ามากกว่าหรือน้อยกว่าแค่ไหน

การใช้งาน STO ที่นิยมกันสามารถทำได้ 3 วิธีคร่าวๆคือ

1. การดู ความมากจนเกินไป Overbought – Oversold
การใช้งานแบบ Overbought – Oversold ของตัว STO ก็จะคล้ายกับการใช้งาน RSI คือดูความ “มากเกินไป” ของพฤติกรรมราคาณตอนนี้ เช่นขึ้นมากเกินไป หรือลงมากเกินไป

โดยการสังเกตุค่าของ STO ที่อยู่ระหว่าง 80%-100% ตีความได้ว่าราคาอาจจะ ขึ้นมากเกินไป มีโอกาสที่ราคาจะกลับตัว ลงมาได้สูง และ STO ที่อยู่ระหว่าง 20%-0% ตีความได้ว่าราคาอาจจะ ลงมามากเกินไป มีโอกาสที่ราคาจะกลับตัว ขึ้นมาได้สูง เป็นต้น

2. การดู crossovers
ใช้การดูการตัดกันของเส้น %K กับ %D คล้ายกันกับการใช้งาน Moving Average ตัดกันทั่วๆไป แต่การดูการตัดกันของเส้น STO เราสามารถให้นำหนักมากหรือน้อยได้ตามค่า Overbought – Oversold อีกด้วย

3. การดู Divergence
คือการดูความไม่สอดคล้องกันระหว่างการเคลื่อนที่ของราคากับการเคลื่อนที่ของเส้น STO เนื่องจาก STO จะเคลื่อนที่ขึ้นและลง ตามแรงเหวี่ยงของราคา ราคาขึ้นแรงจะทำให้ STO แกว่งแรงไปด้วย
ดังนั้น เมื่อไรที่ STO เคลื่อนที่ไม่สอดคล้องกับราคาสินค้า ก็อาจตีความได้ว่าเกิดความผิดปรกกับราคาขึ้น
ราคาขึ้น ทำ New Hihg แต่ STO ไม่ทำ New Hihg ด้วยแปลว่ามีความผิดปรกติกับการขึ้นนั้น
ราคาขึ้น ทำ New Low แต่ STO ไม่ทำ New Low ด้วยแปลว่ามีความผิดปรกติกับการลงนั้น
เราอาจใช้จังหวะแบบนี้เป็นสัญญาณซื้อขายได้เช่นกัน

Tips & Trick

– STO คือเครื่องมือเปรียบเที่ยบ ความสูง ความต่ำ ระหว่างราคาปัจจุบัน และ อดีต แล้วจึงคิดออกมาเป็น % เช่น Overbought คือราคา ขยับขึ้นมาสูง เทียบกับเมื่อก่อน ไม่ได้แปลว่ามันจะต้องขึ้น หรือมันจะต้องลง อย่าไปฟันธง
– STO คือเครื่องมือที่ใช้ดู “ความผิดปรกติ” ของการเกว่งตัวขึ้นหรือลง ของราคา ขึ้นแบบผิดปรกติ ลงแบบผิดปรกติ
– เราเป็นคนใช้งานเครื่องมือ ก่อนอื่นเราต้องรู้ตัวเองก่อนว่า ต้องการอะไร เล่นสั้น เล่นยาว กินคำเล็ก หรือ กินคำใหญ่ แผนการเทรดเป็นแบบไหน และ เราจะใช้ประโยชน์จาก “ความผิดปรกติ” ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นยังไง ไม่ใช่ท่องจำเอาว่า มันต้องแบบนั้นแบบนี้ ตัดขึ้นตัดลง ทำตามตำราอย่างเดียว
– ถ้าเล่นสั้น กินสั้น อาจจะใช้วิธีตามน้ำไปกับกระแส รีบเข้า รีบออก ก็ได้ Buy ที่ STO > 80% เข้าออกไวใน TF เล็ก เพราะ STO สูงขึ้นได้ เกิดจากมีคนไล่ราคาขึ้นไปจนราคาสูง “ผิดปรกติ” เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า

– ถ้าเล่นสวิง กินคำใหญ่ อาจจะใช้วิธี รอสวน ก็ได้ Buy ที่ STO < 20 เพราะ STO ต่ำลงได้ เกิดจากมีคนเทขายจนราคามันลงเยอะ”ผิดปรกติ” เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า
– ถ้าดูภาพใหญ่มาก อาจะ ใช้วิธีดู Divergence ที่ผิดปรกติ เพื่อหาจุดกลับตัวก็ได้
– ถ้าเทรดสินค้าที่เป็นเทรน trend follow เราก็ตองตาม การไล่ราคา , ถ้าเทรดสิรค้าแบบ Side way เราก็มองหาจุดกลับตัว

ทั้งหมดที่เขียนไว้ก็เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น ประเด็นคือ อย่ายึดติดกับตำรา พยายามรู้ตัวเองก่อนว่า ต้องการอะไร และ เราจะใช้ประโยชน์จาก “ความผิดปรกติ” ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นยังไง เท่านั้นครับ

——––
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการลงทุนได้อีกที่เพจ Meawbin Investor นะครับ คลิ๊ก
———