Trading in the Zone บทที่ 3 การแสดงความรับผิดชอบ

2965

มันฟังดูง่าย แต่ไม่ง่ายเลยที่จะทำความเข้าใจและไม่ง่ายเอามากๆเลย ที่จะนำมันมาปรับใช้กับการเทรดของเรา

การสร้างสภาวะแวดล้อมในจิตใจ

สำหรับเทรดเดอร์แล้ว ชัยชนะเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด หากเรายังไม่ได้เรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเอง สร้างสภาวะจิตใจที่ดี ไม่มีความกลัว และรู้จักการยับยั้งชั่งใจ (ไม่กลัว ไม่โลภ)

การสร้างความสม่ำเสมอของกำไร จะต้องมุ้งเน้นไปที่การพัฒนาภาวะจิตใจ ไม่ใช่แค่เรื่องของกำไร เช่น ถ้าให้เราเลือกเอาเงินไปฝากคนใดคนหนึ่งเทรด เราจะเลือกคนไหนระหว่าง (ยังไม่มองเรื่องผลกำไร)

1.เทรดเดอร์ที่ ใช้วิธีธรรมดาง่ายๆ แต่มีสภาวะจิตใจที่มั้นคง มีทัศนะคติที่ดี
2.เทรดเดอร์ที่ ใช้วิธีดูยาก เทคนิคที่ซับซ้อน (ดูมีความเทพ) ในการวิเคราะห์ คาดการณ์ตลาด แต่ควบคุมสภาวะจิตใจตัวเองไม่ได้

มันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะเชื่อและยอมรับกับตัวเองว่า ทัศนะคติ ที่ถูกต้อง จะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้มากกว่า วิธีการที่ดูยุ่งยากและเทคนิคซับซ้อน

ทัศนะคติดที่เหมาะสมสำหรับการเป็นเทรดเดอร์ ที่สร้างกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ คือต้อง ไม่กลัว และ ไม่โลภ จะก่อให้เกิดสภาวะจิตใจที่เหมาะสมขึ้น ซึ่งจะคล้ายกับสภาวะจิตใจของนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จหลายๆคนได้อธิบายไว้ว่ามันคือ “โซน” ( Zone )

“โซน” คือ สภาวะจิตใจที่ปราศจากความกลัวและความโลภอย่างสิ้นเชิง เราจะทำทุกอย่างด้วยสัญชาตญาณ แบบอัตโนมัติ ไม่มีความกลัว ไม่มีความอยากได้  “ก็แค่ทำมัน”

cat-1582873_1280

การตอบสนองต่อการขาดทุน

เปรียบกับร้านขายอาหาร ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซื้อวัตถุดิบมาก่อนขายทำกำไร เรื่องของการเทรดการขาดทุนก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่มากับการเทรดเสมอ ยังไงก็ต้องเจอ ไม่มีใครหนีพ้น เทรดเดอร์จะตอบสนองกับการขาดทุนยังไงต่างหาก

บางคนอาจเฉยๆ บางคนอาจแทบบ้า แต่ที่แน่ๆมันสามารถส่งผลกับสภาวะจิตใจของเทรดเดอร์ได้แน่นอน โดยเฉพาะมือใหม่ การขาดทุนจะทำให้เราตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “ความเจ็บปวดทางอารมณ์” และพร้อมที่จะโทษคนอื่นว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดนี้ โทษเครื่องมือ โทษเจ้า โทษทุกอย่าง คล้ายกับเด็กที่โดนผู้ใหญ่แย่งของเล่น (แย่งไปเพราะอาจทำให้เด็กมีอันตราย) โดยไม่ได้คิดว่าเพราะอะไร

“ในตลาดการเทรดแบบนี้ ซึ่งเป็น Zero Sum จุดประสงค์ของเราคือการนำเงินออกมาจากตลาด ในขณะเดียวกัน จุดประสงค์ของตลาดคือการนำเงินไปจากคุณเช่นกัน”

คำถามคือ เราควรจะรู้สึกผิด และรับผิดชอบต่อการขาดทุนของคนอื่นหรือไม่ แน่นอนคำตอบคือ “ไม่” แล้วอย่างนั้นหากเราขาดทุน เสียเงินให้คนอื่นไป เราก็ไม่ควรกล่าวโทษว่าเป็นความผิดคนอื่น เราต้องหัดยอมรับให้ได้ว่าผลของการขาดทุนที่เกิดขึ้น “มันความผิดเราเองล้วนๆ”

เมื่อเราเข้าใจความเสี่ยง และยอมรับความผิดพลาด ยอมรับว่าการขาดทุนเกิดขึ้นจากตัวเราเอง และเป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งได้ เหตุการณ์ใดใดก็จะไม่สามารถส่งผลกับสภาวะจิตใจของเราได้มากมาย

ผู้เขียนจะแบ่งเทรดเดอร์ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ

1.ผู้ชนะ อย่างต่อเนื่อง มีประชากรราวๆ 10% ของเทรดเดอร์ทั้งหมด เทรดเดอร์กลุ่มนี้จะมีกำไรแบบสม่ำเสมอ อาจได้ไม่มาก แต่จะได้เรื่อยๆ มี Equity Curve สวย และ Drawdown ไม่มาก (เทรดเดอร์ในอุดมคติที่ทุกคนอยากเป็น)

2.ผู้แพ้ อย่างต่อเนื่อง มีประชากรราวๆ 30-40% ของเทรดเดอร์ทั้งหมด เทรดเดอร์กลุ่มนี้จะตรงข้ามกลับกลุ่มแรกทั้งหมด ถ้ายังไม่ออกจากตลาดไปก่อนก็เป็นพวกเสพติด ที่เทรดยังไงก็ไม่ชนะแต่ก็ยังพยายามเทรดต่อไปโดยไม่พัฒนาอะไร

3.ความเฟื่องฟูและการตกต่ำ กลุ่มสุดท้าย และมีประชากรมากที่สุดด้วยราว 50-60% ของประชากรทั้งหมด เป็นกลุ่มที่ถ้าเอาสถิติมากางจะเป็นกราฟของ กำไร-ขาดทุน สวิงไปมามาก ไม่มีความคงตัว ได้ก็ได้เยอะได้อย่างต่อเนื่อง เสียก็เสียเยอะ บางคนไม่รู้ตัวด้วยว่าเป็นประชากรในกลุ่มนี้ สาเหตุเกิดจากการไม่สามารถควบคุมสภาวะจิตใจของตัวเองได้ เมื่อได้กำไร ก็หวังจะได้อีก เพิ่มอีก โอเวอร์เทรด พอเสียก็จะกลายเป็นการขาดทุนครั้งใหญ่ กำไรจึงไม่โตแบบต่อเนื่องอย่างมีนัยยะ

สรุปบทนี้ ถ้าเราอยากเป็นผู้ชนะอย่างต่อเนื่อง เราต้องเรียนรู้ที่จะแสดงรับผิดชอบต่อการขาดทุนหรือกำไรที่เกิดขึ้น ว่ามันเกิดจากตัวเราเอง อย่าเรียกร้องความรับผิดชอบจากตลาด จากคนอื่น จากเครื่องมือ การแสดงความรับผิดชอบคือรากฐานสำคัญในการสร้างทัศนะคติแห่งชัยชนะและการพัฒนาตัวเอง

เนื้อหาเริ่มเยอะ เริ่มอัดแน่น ตอนต่อไปอาจจะ ลดเนื้อหาลงเอาเฉพาะที่เหมียวชอบจริงๆนะครับ และย้ำอีกครั้ง ถ้าชอบ ไปถอยมาสักเล่มครับ ไม่ผิดหวัง หลายคนบอกภาษาอ่านยาก แต่เนื้อหานี้สุดยอดมาก ใครอ่านแล้วจะเข้าใจ เหมียวเขียนเหมือนจะดูเยอะแล้ว ไม่ได้ครึ่งของที่ผู้เขียนและผู้แปลทำไว้เลยครับ

to be continued………..

——––
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการลงทุนได้อีกที่เพจ Meawbin Investor นะครับ คลิ๊ก
———