Trading in the Zone บทที่ 7-8 ความได้เปรียบของเทรดเดอร์ : การคิดในรูปแบบของความน่าจะเป็น

4057

บทที่ 7 ความได้เปรียบของเทรดเดอร์ : การคิดในรูปแบบของความน่าจะเป็น

ผู้เขียนอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า บนตลาดที่ไม่มีความแน่นอน ตัวประต่างๆสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ การเทรดแต่ละครั้ง ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสถิติแต่อย่างไร ผลของการเทรดแต่ละครั้งก็ยังคงเป็นแบบ “สุ่ม” เช่น การทอยลูกต๋าให้ออกหน้า 6 (โอกาส 1/6) ไม่ว่าจะทอยกี่ครั้ง โอกาสที่จะออกหน้า 6 ก็ยังมีค่า 1/6 ต่อครั้ง เท่าเดิมเสมอ ไม่ว่าก่อนหน้า จะออก 1 2 3 4 5 มาแล้ว

ผลลัพธ์แบบสุ่ม ผลงานแบบสม่ำเสมอ

ฟังดูขัดแย้งกันเอง ถ้าการเทรดเป็นรูปแบบการสุ่ม ความต่อเนื่องของกำไรที่ได้ก็ควรจะเป็นแบบสุ่มเหมือนกัน แต่ เทรดเดอร์มืออาชีพนั้นสามารถทำให้ผลงานออกมาแบบสม่ำเสมอได้ด้วยการ ยืนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ และทำมันให้มากพอ

ยกตัวอย่าง เกมส์เบล็กแจ๊คในคาสิโน ที่เจ้ามือจะมีความได้เปรียบผู้เล่นอยู่ที่ 4.5% เสมอในระยะยาวตามค่าสถิติ ด้วยกฎกติกา การเดิมพันของเกมส์เบล็กแจ๊ค (ผู้เขียนไม่ได้บอกว่าเอาค่านี้มาจากไหน)

ดังนั้น เจ้ามือจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสนใจการแพ้ ชนะ เฉพาะหน้ามากสักเท่าไร เพราะไม่ว่าผู้เล่นจะชนะเงินรางวัลสูงแค่ไหน เจ้ามือก็จะได้กำไร 4.5% แน่ๆในระยะยาว จากกติกาการจ่ายเงินเดิมพันที่เจ้ามือได้เปรียบ

เทรดเดอร์ก็สามารถที่จะสร้างกำไรแบบสม่ำเสมอได้ถ้าหากมี 2 สิ่ง คือ ยืนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ และทำมันให้มากพอ

**(ยืนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ จากตัวอย่างผู้เขียนน่าจะหมายถึง การเทรดที่ได้มีการทดสอบมาแล้ว การเทรดที่มี risk reward ratio ที่ดี)

การเทรดในชั่วขณะนั้น

การคิดในรูปแบบความน่าจะเป็นจะทำให้เข้าใจว่า การเทรดแต่ละครั้งนั้นมีรูปแบบที่เฉพาะตัว อย่างที่สุด เช่น ตลาด ณ ขณะนี้ อาจมีการสร้างรูปแบบที่คล้ายกับในอดีตที่ผ่านมาที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผลลัพธ์ จากการเทรด หรือรูปแบบของตลาดจะออกมาเหมือนกัน อย่างแท้จริง แน่นอนว่า อาจเกิดการกลับตัว การเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับอดีตได้ แต่ทั้งความแรง ความเร็ว ระยะทาง ความสม่ำเสมอ (รายละเอียดปลีกย่อย)ไม่มีทางเหมือนกันได้อย่างแท้จริง เพราะหากจะเหมือนกันได้อย่างแท้จริงก็แสดงว่าเทรดเดอร์ทุกคนในตลาดต้องเหมือนเดิม คิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม แบบเป๊ะๆ เท่านั้น

เทรดเดอร์ที่สามารถคิดและมองตลาดในรูปแบบของความน่าจะเป็นได้ จะทำให้จิตใจของพวกเขาหลุดออกจากความคาดหวัง ความกลัวที่มากเกินไป พร้อมที่จะเทรดในชั่วขณะนั้น **ผลจากอดีต ไม่ได้การันตีอนาคต

การจัดการกับความหวัง

ความหวัง เป็นสิ่งที่สามารถสร้างความเสียหายให้เราได้มากไม่แพ้ความโลภ กับ ความกลัว

ลองคิดดูว่าเราจะรู้สึกอย่างไรเมื่อ เราสมหวัง เราจะรู้สึกอย่างไรเมื่อ เราผิดหวัง คนเราทุกคนไม่ต้องการความเจ็บปวด ไม่ต้องการความผิดหวัง เป็นสัญชาติญาณระดับจิตใต้สำนึกของมนุษย์ที่แก้ได้ยาก เมื่อคนเราไม่ชอบที่จะรู้สึกผิดหวั ก็จะเกิดกระบวนการ คล้ายหลอกตัวเอง

ด้วยการที่คนเราไม่ชอบที่จะผิดหวัง ไม่ชอบความรู้สึกที่ตัวเองต้องเป็นคนผิด  จิตใต้สำนึกของเราก็จะหาข้ออ้างต่างๆนานา ที่จะปฎิเสธว่าตลาดกำลังจะเปลี่ยนไปคนละทิศทางกับการเทรดเของเรา เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าเราต้องเจอกับความผิดหวัง แม้ตลาดจะแสดงลักษณเฉพาะว่ามันกำลังเปลี่ยนไปคนละทิศทางกับการเทรดของเราแล้วก็ตาม

cat-2356015_960_720

กำจัดความเสี่ยงทางอารมณ์

จากเนื้อหาในหลายตอนที่ผ่านมา คงเข้าใจแล้วว่า อารมณ์ในการเทรด สามารถสร้างผลกระทบต่อผลลัพธ์การเทรดได้มากแค่ไหน ดังนั้นเทรดเดอร์ที่ดี ควรรู้จักควบคุม และกำจัดความเสี่ยงทางอารมณ์ การจะกำจัดความเสี่ยงทางอารมณ์ได้นั้น เทรดเดอร์ต้องรู้จักสร้างสภาวะจิตใจที่เหมาะสมกับการเทรด

สภาวะจิตใจที่เหมาะสม ประกอบด้วยความจริง 5 ข้อ

  1. อะไรก็เกิดขึ้นได้
  2. ไม่จำเป็นต้องรู้อนาคต เพื่อทำเงิน
  3. ไม่มีใครรู้อนาคต ทุกผลของการเทรด เป็นแบบสุ่มเสมอ
  4. ความได้เปรียบ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า โอกาสที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
  5. ตลาด ณ ปัจจุบัน ไม่มีความเกี่ยวโยงอะไรกับตลาดในอดีต

สรุป

-มองตลาดบนความน่าจะเป็นเสมอ
-การเทรด ณ ตอนนี้ ก็คือ ณ ตอนนี้ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสถิติแต่อย่างไร
-ปัจจุบัน อนาคต อดีต ไม่ม่ทางเหมือนกัน
-อย่าคาดหวังมากเกินไป ควบคุมความหวังเราให้ดี
-อยู่ในจุดที่ได้เปรียบ และทำมันให้มากพอ
-อย่าใช้อารมณ์ และอย่าทำให้เกิดอารมณ์

**************************************

บทที่ 8 ทำงานกับความเชื่อของเรา

ระบุปัญหาที่มี

อะไรคือสาเหตุของความล้มเหลวในการเทรด คือ สิ่งที่ที่ปิดกั้นเราจากการรับรู้ สิ่งที่รบกวนจิตใจเราเวลาเทรด ?
แล้วอะไรคือสิ่งที่รบกวนจิตใจเราเวลาเทรด คือ ความโลภ ความกลัว ?
แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้เกิด ความโลภ ความกลัว คือ ราคาที่เคลื่อนไหวเป็นรูปร่างต่างๆ บนกราฟราคา ?
คำตอบของปัญหาทั้งหมด เกิดขึ้นจากสภาวะจิตใจของเราเองทั้งนั้น 

เคลื่อนเข้าไปใน “โซน”

เมื่อเรายอมรับความจริงพื้นฐานทางจิตวิทยาได้อย่างสมบูรณ์ (อยู่บทที่ 7 ) เราก็จะยอมรับความเสี่ยงในการเทรดได้ไปพร้อมกัน เมื่อเรายอมรับความเสี่ยงในการเทรดได้ เราก็จะสามารถจำกัดข้อมูลที่จะส่งผลลบต่อจิตใจเราได้ เมื่อเราสามารถจำกัดข้อมูลที่จะส่งผลลบต่อจิตใจเราได้ ก็ไม่มีอะไรที่จะมาทำให้จิตใจเราสับสนได้ และเมื่อนั้นจิตใจเราก็จะพร้อมที่จะเคลื่อนเข้าไปอยู่ใน “โซน” กระแสแห่งโอกาสอันไม่สิ้นสุดที่ตลาดมอบให้เรา

ปล. สรุปคร่าวๆตามแต่ที่เหมียวอ่านเข้าใจเท่านั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ส่วนเล็กๆ จากหนังสือเล่มนี้ มั่วบ้าง อะไรบ้าง ถ้าชอบแนะนำให้ไปซื้อมาอ่าน จะได้สาระมากกว่าในนี้เยอะ มีขายตามร้านขายหนังสือทั่วไป 

to be continued………..
ภาพ pixabay.com

——––
ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการลงทุนได้อีกที่เพจ Meawbin Investor นะครับ คลิ๊ก
———