Type of Trader

1398

Type Of Trader

ในหัวข้อนี้ก็จะพูดถึงเทรดเดอร์ ประเภทต่างๆที่อยู่ในตลาด หุ้น ตลาด Forex โดยจะเน้นเฉพาะที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย กว้างขวางในประเทศไทยตอนนี้เท่านั้น ซึ่งจะสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆได้แก่

1. Fundamental Analysis Trader, Macroeconomic Trader
2. Technical Analysis Trader
3. Quant Trader

1. Fundamental Analysis , Macroeconomic Trader

บ้านเรานิยมเรียก Value investor (VI) หรือ investor ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดอะไรที่จะเรียกแบบนัั้น แต่มันสื่อความหมายไม่ค่อยตรงเท่าไร คำว่า  invest มีความหมายถึงการลงทุน ซึ่งเป็นคำที่กว้างมากๆ

เทรดเดอร์ในกลุ่มนี้ ใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ภาวะทางเศรษฐกิจ การเมือง นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล และแนวโน้มอุตสาหกรรมของประเทศหรือของสินค้าที่เขาสนใจ เป็นต้น เพื่อคาดคะเนแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคาในอนาคต แล้วนำมาตัดสินใจซื้อขาย เพื่อเก็งกำไร มูลค่าสินค้านั้นๆ

2. Technical Analysis Trader

กลุ่มนี้เป็นที่ฮอตฮิตมากที่สุดในบ้านเราเลยเนื่องจากภาพลักษณ์ที่มันดูง่ายๆ สบายๆ และดูทำเงินได้มามายมหาศาลด้วยการ เปิดคอม ดูกราฟ คลิกๆ แล้วก็จบ ไม่ต้องในนั่งดูข่าว วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิน หรือนโยบายการค้าอะไรให้ปวดหัว

Technical Analysis Trader คือ เทรดเดอร์ที่ศึกษารูปแบบพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด ในรูปแบบของ กราฟราคา(Chart) เพื่อคาดคะเนแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคาในอนาคต แล้วนำมาตัดสินใจซื้อขาย เพื่อเก็งกำไร มูลค่าสินค้านั้นๆ

เทรดเดอร์ในกลุ่มที่เป็น Technical Analysis Trader ก็ยังถูกแบ่งแยกย่อยออกเป็นอีกหลายกลุ่มหลายประเภท ตามรูปแบบการอ่านกราฟ ตามเทคนิค และการคาดการณ์แนวโน้มในแบบต่างๆ ที่เทรดเดอร์คนนั้นใช้คาดคะเนแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคาในอนาคตอีกด้วย (เดี๋ยวเราไปคุยกันต่อในบทความต่อๆไป)

3. Quantitative and Systematic Trading

บ้านเราคุ้นกันในชื่อ Quant Trade หรือ System Trade หรือ “การลงทุนอย่างเป็นระบบ” ฟังดูเป็นที่นิยมและได้ยินกันหนาหู

คนส่วนใหญ่ยังชอบสับสนระหว่าง Technical Analysis Trader กับ System Trade ว่าเป็นแบบเดียวกัน เหมือนกัน เข้าใจว่าการลงทุนอย่างเป็นระบบ System Trade คือการเอาเทคนิคอล การดูกราฟ มาช่วยจับจังวะการซื้อขายที่ชัดเจน มี Pattern 1 2 3 4 เป็นขั้นเป็นตอน จบ

นิยามจริงๆของ “การลงทุนอย่างเป็นระบบ” (Quantitative and Systematic Trading) คือ

การลงทุน การเก็งกำไร ด้วยกฎระเบียบต่างๆที่ชัดเจน ตามหลักฐานข้อเท็จจริง และสถิติ ที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งกฎระเบียบต่างๆขั้นตอนต่างๆ ได้ถูกออกแบบมาโดยการค้นคว้าวิจัย, สรุป และยืนยันผล ตามหลักสถิติ ตามหลักวิทยาศาสตร์ มาแล้ว

ส่วนใหญ่จะมีการทดลอง ทดสอบ ทำซ้ำ กับข้อมูลจะนวนมาก ที่เราเรียกว่า “Big Data” นับร้อย นับพันครั้ง จนได้ออกมาเป็นข้อสรุป

ปล. รูปแบบการเทรด นั้นมันมีอยู่มากมายหลายแขน่งไม่ใช่แค่ 3 กลุ่มที่ยกตัวอย่างเท่านั้นนะครับ

เทรดเดอร์แบบไหน ดีกว่ากัน ??

ถ้าเราไปไล่ดูเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงโด่งดังจริงๆ เราจะพบว่า รูปแบบการเทรดของแต่ละท่านนั้นไม่เหมือนกันเลย ทำให้สรุปได้ว่า วิธีไหน รูปแบบไหน ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน หรือถ้าใครเคยอ่านหนังสือซีรีย์ “market wizards” ที่เขาเชิญนักลงทุนระดับโลกที่มีเชื่อเสียงหลายๆท่านมาสัมภาษณ์ จะพบว่าแต่ละท่าน จะมีแนวคิด วิธีการ และอะไรหลายๆอย่างที่แตกต่างกันอย่างมาก

จึงสรุปไม่ได้ว่าวิธีไหนดีกว่ากัน หรือได้กำไรเยอะกว่ากัน แต่ละวิธี แต่ละรูปแบบการเทรด มีข้อด้อย ข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันออกไป ประเด็นน่าจะอยู่ที่ว่า คุณเหมาะกับการเทรดแบบไหนมากกว่า ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของคุณแล้วที่ต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง

แล้วเราควร ศึกษาอย่างเดียวเลยหรือเปล่า

คุณคิดว่า Warren Buffett ดูกราไม่เป็นหรือเปล่าครับ หรือคุณคิดว่า Ray Dalio ใช้แค่ความรู้เรื่อง Macroeconomic ในการเทรดอย่างเดียวหรือเปล่าครับ หรือคุณคิดว่า Quantitative Trader เอาข้อมูล วิธีการต่างๆในอากาศ มาคิด วิเคราะห์ ทดสอบ ออบแบบระบบเทรดอย่างนั้นหรือ เพียงแค่เวลาที่เรามองไปที่ความสำเร็จของบุคคลเหล่านั้น เรามักมองแต่ด้านที่เขาเชี่ยวชาญเป็นพิเศษหรือด้านที่เขาแสดงให้ดูเท่านั้นเอง

อย่างที่บอกไปว่า เราแยกประเภทของเทรดเดอร์ออกเป็นกลุ่มต่างๆเพื่อให้เทรดเดอร์หน้าใหม่อย่างเราๆได้เรียนรู้ เข้าใจศาสตร์ต่างแบบไม่งง ไม่สับสน เท่านั้น ทุกวิธี ทุกรูปแบบ มีข้อด้อย ข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันออกไป สามารถเลือกใช้งานให้เหมาะสมเท่านั้นพอครับ

เช่น ใช้ Fundamental Analysis , Macroeconomic มองหา คัดเลือกสินค้า หรือตลาดที่น่าสนใจ แล้วจับจังหวะการซื้อขายด้วย Technical Analysis แต่ก่อนเทรดก็ใช้ความรู้ด้าน Quantitative เพื่อทดสอบสมมติฐานของเรา เป็นต้น