“เงินเฟ้อ” มันคืออะไร ??

994

สมัยก่อนมีเงินผู้ใหญ่ก็ชอบบอก “มีเงินก็เอาไปฝากธนาคารไว้กินดอก”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน คำนี้ก็พอที่จะใช้ได้นะ
เพราะเมื่อก่อน สิบยี่สิบปีที่แล้วดอกเบี้ยธนาคารสูงถึง 13-14 %
ฝากร้อยนึง สิ้นปีเงินเพิ่มขึ้น 13 บาท
ถ้ามีเงินก้อนใหญ่ๆ ฝากไว้กินดอกเบี้ยสบายๆได้เลย
แถมเงินเฟ้อเมื่อก่อนก็แค่ 1% เต็มที่ก็ 2%
ดอกเบี้ยธนาคารเอาชนะเงินเฟ้อได้แบบไม่เห็นฝุ่น

แต่เอ๊ะ!!! ว่าแต่ “เงินเฟ้อ”มันคืออะไร
เห็นในข่าว เห็นในเน็ตใครๆก็พูดถึง
ผมจะอธิบายแบบง่ายที่สุดให้ทุกคนเข้าใจ
เงินเฟ้อก็คือ สภาวะที่ข้าวของราคาสูงขึ้น
เช่นเมื่อก่อนเรามีเงิน 100 บาท ข้าวจานละ 20 บาท เราก็กินข้าวได้ 5 จาน
แต่พอเวลาผ่านไป ข้าวจานละ 40 บาท เราก็กินข้าวได้น้อยลงเหลือแค่ 2 จานครึ่ง
และเมื่อเวลาผ่านไป ถ้าข้าวแพงขึ้นเป็นจานละร้อย เราก็จะกินข้าวได้จานเดียว
ซึ่งน่าจะไม่นานหรอก เพราะล่าสุดผมกินข้าวที่หมอชิต เจอข้าวจานละ 60 บาทเรียบร้อยแล้ว
การที่เงิน 100 บาท จากซื้อข้าวได้ 5 จาน เวลาผ่านไปลดเหลือ 1 จาน
นี่คือ “ค่าเงินเฟ้อ” หรือ “inflation” นั้นเอง

ซึ่งในประเทศเราค่าเงินเฟ้อแต่ละปีเฉลี่ยอยู่ที่ 3% บางปีมากกว่า น้อยกว่า แล้วแต่เศรษฐกิจ
ทีนี้หันย้อนกลับมามองที่ดอกเบี้ยธนาคารในปัจจุบัน ที่ตอนนี้แต่ละธนาคารไม่ได้ 13-14 % แบบเมื่อก่อน
ทุกวันนี้ดอกเบี้ยอยู่ประมาณ 1-2%
ทำให้ สมมติมีเงิน 100 บาท เอาไปฝากธนาคาร สิ้นปีมีเงินเพิ่มมา 1 บาท
แต่ทุกปีเงินเฟ้อ 3% ทำให้ เงินเรา 100 บาท ถูกลดค่าลง 3 บาท
ได้ดอกเบี้ยบาทนึง แต่เงินลดค่าลง สามบาท!!!!
ดอกเบี้ยธนาคารแพ้เงินเฟ้อไปสองช่วงตัวเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นการนำเงินไปฝากธนาคารไว้กินดอก จึงใช้ไม่ได้ในยุคเราแล้วนะ
แค่วางเงินไว้เฉยๆ ก็เหมือนเงินลดลง
ก็อยู่ที่เราแล้วล่ะ จะทำงานๆๆๆ หาเงิน เก็บเงินให้เงินเฟ้อมันแทะเล่น
หรือจะเอาเงินที่มีไปสร้างมูลค่า ไปวางไว้ให้ถูกที่ เพื่อสร้างความมั่นคงให้เงินเราเอง

ผมว่า.. เราต้องเริ่มวางแผนการเงินกันอย่างจริงจังแล้วนะครับ

เขียนโดย : #อาคมนักเขียนอารมณ์ดี
@Arkom Siriteerapun